กองปราบเปิดปฏิบัติการ “ตัดเส้นเงิน สยบเครือข่าย โด้ ป่าพะยอม” บุกค้น 3 จุดพัทลุง ยึดเงินสดกว่า 4.5 ล้านบาท ตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้ต้องหา 6 หมายจับ
กองปราบเปิดปฏิบัติการ “ตัดเส้นเงิน สยบเครือข่าย โด้ ป่าพะยอม” บุกค้น 3 จุดพัทลุง ยึดเงินสดกว่า 4.5 ล้านบาท ตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้ต้องหา 6 หมายจับ
หนีกบดานต่างแดน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล, พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์, พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว และ พ.ต.ท.นรบดี
ดวงจิตต์ รอง ผกก.6 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุม นำโดย พ.ต.ท.มนตรี สงคง สว.กก.6 บก.ป., พ.ต.ท.ศรายุทธ จันซิว สว.กก.6 บก.ป. พ.ต.ท.แดนรบ สมัยชูเกียรติ สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.อรรถชัย สุขสม รอง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าพนักงานตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป.
ผู้ถูกจับกุม
1. นายพิรุณฯ หรือโอม (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี (จุดตรวจค้นที่ 1 ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง) โดยกล่าวหา “มีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับ 58 ข้อ 16 ผู้ใดฝ่าฝืนประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ”
2. นายกบินทร์ฯ หรือมอส (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี (จุดตรวจค้นที่ 2 ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง)
โดยกล่าวหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม โดยยังไม่ผ่านศุลกากร หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งมิได้เสียภาษี”
สืบเนื่องจากในห้วงปี 2568–2569 ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงบ้านเรือนของประชาชนอยู่บ่อยครั้ง แม้แต่ละครั้งจะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่นับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. สืบสวนหาข้อมูลเพื่อป้องกันปราบปรามกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง จากการสืบสวนเชื่อว่าเหตุดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการติดตามทวงถาม “หนี้ค่ายาเสพติด” และการข่มขู่คุกคามประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่
กระทั่งพบว่าเครือข่ายดังกล่าวอยู่ภายใต้การสั่งการของ นายคมจักร หรือ “โด้” มาเจริญ ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับของศาล รวม 6 หมายจับ ในคดีร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานฯ, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้
จากการสืบสวนพบว่านายคมจักรฯ หลบหนีไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังคงมีพฤติการณ์สั่งการและควบคุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เข้ามาจำหน่ายในพื้นที่
จ.พัทลุง และจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง
โดยใช้บุคคลในพื้นที่เป็นผู้เก็บรักษาเงินและทำธุรกรรมแทน และใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือควบคุมลูกหนี้และคนในเครือข่ายให้อยู่ในความหวาดกลัว เมื่อการติดตามจับกุมตัวยังไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้ต้องหาอยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงสืบสวนขยายผลด้านการเงินของเครือข่าย จนทราบว่ายังมีบุคคลในเครือข่ายทำหน้าที่เก็บรักษายาเสพติด เก็บรักษาเงิน และดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดแทนผู้ต้องหา
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐานจนมีเหตุอันควรเชื่อว่าบ้านพักเป้าหมายทั้ง 3 หลัง ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทลุงเข้าตรวจค้นพร้อมกัน
โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้นำหมายค้นของศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 3 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง
ดังนี้
จุดที่ 1 บ้านพักในพื้นที่ ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ที่พักของ นายพิรุณฯ หรือโอม อายุ 39 ปี (สงวนนามสกุล) ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ชนิดกึ่งอัตโนมัติ (มีทะเบียนเป็นของบุคคลอื่น) จำนวน 1 กระบอก ซองบรรจุกระสุนและเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 13 นัด เงินสดจำนวน 300,000 บาท สมุดบันทึกยอดเงินกู้นอกระบบ หนังสือสัญญากู้เงิน 12 ฉบับ และโทรศัพท์มือถือ รวมของกลาง 11 รายการ จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต (ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 16)” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดี
จุดที่ 2 บ้านพักในพื้นที่ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ที่พักของ นายกบินทร์ฯ หรือมอส อายุ 27 ปี (สงวนนามสกุล) ผลการตรวจค้นพบเงินสดเป็นธนบัตรคละชนิด รวมมูลค่า 4,263,520 บาท ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จากการซักถาม นายกบินทร์ฯ ให้การยอมรับว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งนายคมจักรฯ สั่งการให้ตนเก็บรักษาไว้จริง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 40 ชิ้น และบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวน 30 ซอง จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือรับไว้ซึ่งของที่มิได้เสียภาษีหรือของต้องห้ามที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร
โดยหลีกเลี่ยงอากร นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดี
จุดที่ 3 บ้านพักในพื้นที่ ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ที่พักของ น.ส.สุธีนุชฯ อายุ 34 ปี (สงวนนามสกุล) บุคคลที่มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับผู้ต้องหา ผลการตรวจค้นไม่พบของกลางสำคัญที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด แต่จากการสืบสวนพบว่าบุคคลดังกล่าวเคยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาเงินของเครือข่ายในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป
ตรวจยึดของกลางสำคัญ รวมเงินสดมูลค่า 4,563,520 บาท ดังนี้
1. ธนบัตรไทยคละชนิด (เงินสด) รวมจำนวน 4,563,520 บาท
2. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ชนิดกึ่งอัตโนมัติ จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุนและซองพก
3. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 13 นัด
4. สมุดบันทึกยอดเงินกู้นอกระบบ และหนังสือสัญญากู้เงิน จำนวน 12 ฉบับ
5. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อของเครือข่าย
6. บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวนมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเงินสดของกลางมาตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้นด้วยน้ำยาตรวจสอบสารเมทแอมเฟตามีน ผลปรากฏว่าน้ำยาทดสอบเปลี่ยนสีจากใสเป็นสีน้ำตาล อันเป็นผลบวกที่แสดงว่า พบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนปนเปื้อนอยู่กับธนบัตรของกลาง สอดคล้องกับคำให้การของผู้ถูกตรวจค้นที่ยอมรับว่า เงินสดดังกล่าวได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด
โดยนายคมจักรฯ เป็นผู้สั่งการให้ทำหน้าที่รวบรวมและเก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ ของกลางทั้งหมดจะถูกส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้นำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดที่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนท้องที่ และในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อยู่ระหว่างประสานสำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของเครือข่ายทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดและอายัดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นระยะที่ 1 ของแผนทลายเครือข่ายดังกล่าว
โดยเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมทั้งเร่งรัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมตัวนายคมจักรฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป
ทั้งนี้ ในส่วนของเหตุใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่บ้านเรือนประชาชนดังกล่าวข้างต้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ ซึ่ง กก.6 บก.ป. จะสนับสนุนข้อมูลจากการสืบสวนขยายผลครั้งนี้ให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทุกรายมาดำเนินคดีตามพยานหลักฐานต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น นายพิรุณฯ หรือโอม ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และ
นาย กบินทร์ หรือ “มอส” ให้การว่า เงินสดที่ตรวจค้นพบ ดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดจริง โดยได้รับคำสั่งจากนายคมจักร หรือ “โด้” ให้ทำหน้าที่รวบรวม เก็บรักษา และดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดแทนนายคมจักรฯ และจากการซักถาม หญิงสาวอีกราย ได้ให้ถ้อยคำว่า เคยทำหน้าที่เก็บเงินค่ายาเสพติดให้กับนายโด้ หรือนายคมจักร เมื่อประมาณปี 2567 จำนวนหลายครั้ง เป็นเงินตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท แต่ช่วงหลังกลัวว่าจะมีความผิด จึงได้เลิกทำหน้าที่เป็นคนเก็บเงินให้กับนายคมจักรฯ แล้ว
การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร โดยเน้นการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย การสกัดกั้นร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญ ตลอดจนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจตนารมณ์ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและองค์กรอาชญากรรมโดยใช้มาตรการทางทรัพย์สินตัดวงจรการกระทำความผิด เพราะการยึด “เงินยาเสพติด” ทุกบาท คือการตัดขีดความสามารถของเครือข่ายในการซื้อ
ยาเสพติดล็อตใหม่ จ้างคนกระทำผิด และขยายอิทธิพลในพื้นที่
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ดังนี้
1. การรับฝากเงิน เก็บรักษาเงินสด เปิดบัญชี หรือทำธุรกรรมทางการเงินแทนบุคคลในเครือข่าย
ยาเสพติด แม้อ้างว่า “เพียงรับฝาก” หรือ “ไม่รู้ที่มาของเงิน” อาจเป็นความผิดฐานสมคบหรือสนับสนุนการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีอัตราโทษสูง และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจะถูกตรวจสอบ ยึด และอายัดทั้งหมด
2. ทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะถูกส่งต่อ ซุกซ่อน หรือแปลงสภาพไปกี่ทอด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบและยึดคืนเป็นของแผ่นดินได้เสมอ แม้ผู้สั่งการจะหลบหนีไปต่างประเทศ ก็ไม่อาจพ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย
3. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดวงจรยาเสพติด หากมีเบาะแสเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติด ผู้มีอิทธิพล หรือการรับจ้างเปิดบัญชี/ถือเงินแทน สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนตำรวจสอบสวนกลาง โทร. 1195 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเพจเฟซบุ๊ก “ตำรวจสอบสวนกลาง” โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปกปิดเป็นความลับ

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
