ปราจีนบุรี เดือดทะลุองศา! ล่าสมบัติเลือด พรานไม้หอมดับสยองคาป่าลึกเขาใหญ่ เซ่นกฤษณา “ทองคำดำ” ราคาพุ่งลิ่วล่อใจ ยอมแลกชีวิตหวังรวยทางลัด
ปราจีนบุรี เดือดทะลุองศา! ล่าสมบัติเลือด พรานไม้หอมดับสยองคาป่าลึกเขาใหญ่ เซ่นกฤษณา “ทองคำดำ” ราคาพุ่งลิ่วล่อใจ ยอมแลกชีวิตหวังรวยทางลัด
สุดท้ายกลายเป็นศพเฝ้าดงดิบ เมียร่ำไห้เพื่อนหามร่างฝ่าฝนวิปโยค 3 วัน 3 คืน!
ปราจีนบุรี – เกิดเหตุสลดเขย่าผืนป่ามรดกโลก! เมื่อความโลภ+ยากจน และกลิ่นหอมเย้ายวนของ “ทองคำดำ” หรือไม้กฤษณาเกรดเอล่อใจให้กลุ่มพรานป่าเดนตายยอมเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง เมินกฎหมายอุทยานฯ แอบลักลอบหนีเข้าป่าลึกหวังขุดขุมทรัพย์ไปขายรวยเละไม่ต่างจากถูกหวยรางวัลที่ 1 สุดท้ายธรรมชาติลงทัณฑ์สังเวยชีพดับอนาถกลางป่าลึกเขาใหญ่เป็นรายล่าสุด เผยประวัติจุดนี้สุดเฮี้ยน เพิ่งมีพรานป่าชะตาขาดเป็นลมตายหมาด ๆ แต่ยังไม่เข็ดหลาบ เพื่อนพรานต้องทำเปลสนามหามศพฝ่าสายฝนทุลักทุเลข้ามวันข้ามคืนลงจากยอดเขาสูงชัน
เมื่อกลางดึก เวลา 21.45 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้รับรายงานด่วนจาก นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ว่าเกิดเหตุพรานหาของป่าลักลอบหนีเข้าเขตอุทยานฯ ฝั่งอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี และเสียชีวิตอย่างอนาถคาผืนป่าดงดิบ
ผู้เสียชีวิตรายนี้คือ นายหนูแดง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี สิ้นลมหายใจมาตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากโรคประจำตัวกำเริบและร่างกายเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินป่าระยะไกล
ย้อนรอยเส้นทาง 5 พรานเดนตาย พบว่าทั้งหมดแอบลักลอบเดินเท้าเข้าเขตป่าเขาใหญ่ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 มุ่งหน้าเข้าป่าลึกเป็นระยะทางไกลกว่า 20 กิโลเมตร ประกอบด้วย
• นายหนูแดง (ผู้เสียชีวิต) อายุ 64 ปี
• นายประดิษฐ์ อายุ 66 ปี
• นายประเสริฐ อายุ 58 ปี
• นายเพชร (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง)
• นายไก่ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง)
นายประเสริฐ น้องชายของผู้เสียชีวิตเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและอยู่ในอาการเหนื่อยล้าว่า ตนและพี่ชายชวนกันเดินป่าลึกหวังหาไม้หอม เดินเท้ามานานกว่า 6 วัน โดยยังไม่ทันได้ไม้ติดมือมาเลย กระทั่งช่วงเย็นวันเกิดเหตุ พี่ชายที่เดินรั้งท้ายกลุ่มและมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด จู่ ๆ ก็เกิดอาการวูบและหมดสติล้มลงต่อหน้าเพื่อน ๆ ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปช่วยทำ CPR ปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

“ตอนพี่ชายเสียชีวิตเป็นเวลาค่ำมืดแล้ว ในป่าลึกติดต่อใครไม่ได้เลยเพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ พวกเราต้องรอจนรุ่งเช้า ช่วยกันทำเปลสนามผลัดกันแบกหามร่างพี่ชายเดินเท้าข้ามเขาสูงชันและป่าดิบชื้นตลอด 3 คืนเต็ม ๆ จนกระทั่งวันที่ 16 ร่างกายทุกคนล้าจนแทบก้าวขาไม่ออก เมื่อเริ่มมีสัญญาณโทรศัพท์จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานกู้ภัยขึ้นมาช่วยนำศพลงมา” นายประเสริฐ กล่าว
ทางด้านนางประนอม อายุ 57 ปี ภรรยาของนายหนูแดง ผู้เสียชีวิต เปิดเผยเรื่องราวสุดรันทดด้วยคราบน้ำตาว่า สามีของตนเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม เวลาประมาณ 17.00 น. เช้าวันถัดมาเพื่อนพรานป่าพยายามช่วยกันหามศพลงมา แต่หนทางด้านบนทุลักทุเลมาก เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและมีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา
จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันถัดมา (15ก.ค.) กลุ่มเพื่อนหมดแรงไปต่อไม่ไหว จึงได้โทรศัพท์แจ้งตนตอน 08.00 น. ว่าหามศพมาถึงตีนเขาแล้วแต่ล้าจนแบกต่อไม่ได้ จึงต้องประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้และกู้ภัยขึ้นไปรับตัว ซึ่งจุดที่กู้ภัยเดินทางขึ้นไปรับนั้น คาดว่าเพิ่งจะเดินทางมาได้เพียงครึ่งทางของระยะทางทั้งหมดเท่านั้น
กระทั่งเวลา 22.40 น. วันนี้(16ก.ค.) เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10 เขาตะคร้อ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน และหน่วยร่วมกตัญญู ได้ร่วมกันฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง นำร่างอันไร้วิญญาณของนายหนูแดงลงมาจากเทือกเขาสูงชันได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ประจันตคาม โดยมี พ.ต.ท.สหวัสส์ ดาทอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.ประจันตคาม รุดตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโนนสอาด ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคามต่อไป
เวลา23.55 น. ล่าสุด “ผู้ใหญ่ต้อม” นายทวีศักดิ์ ผงทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านทาม อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเบื้องหลังปฏิบัติการสุดระทึกในการนำกำลังรบพิเศษกู้ภัยและทีมออฟโรดฝ่าดงดิบเข้าไปลำเลียงศพผู้เสียชีวิตลงมาจากเทือกเขาสูงชันอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางอุปสรรคธรรมชาติที่แสนโหดร้าย ทั้งฝนตกหนัก ทางลาดชันเลาะขอบเหว และภัยจากสัตว์ป่า “ผู้ใหญ่ต้อม” ระบุ
ขณะที่นายธีระ สนับบุญ จิตอาสาหมู่บ้านชัยคลี ต.หนองแก้ว กล่าวว่า ตนเองพร้อมเพื่อน และกู้ภัยฯได้ใช้รถ จยย.วิบากขับขี่เข้าไปรับศพผู้ตาย เนื่องจากไม่สมารถเดินเท้าหรือรถออฟโรดขับไปได้ จ่อจากน้ำตกเหวอีอ่ำไกลออกไปมากกว่า 10 กม.เศษพร้อมฝนตกต่อเนื่อง โดยศพถูกกลุ่มเพื่อนคนตายห่อเสื่อตั้งไว้บนห้างไม้ป้องกันสัตว์ป่าแทะสภาพขึ้นอืดแล้ว
ด้าน นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกมาเปิดเผยว่า ไม้กฤษณาหรือไม้หอม เป็นพรรณไม้หายากที่มีค่าตัวสูงระดับกิโลกรัมละหลักแสนบาทในตลาดมืด เนื่องจากเป็นไม้ที่ต้องใช้เวลานับสิบปีในการสร้างสารหอมรักษาแผล จึงกลายเป็นสิ่งล่อใจให้กลุ่มพรานป่ายอมเสี่ยงชีวิตลักลอบเข้ามาตัด
“ขณะนี้ทางอุทยานฯ ได้สั่งมาตรการคุมเข้มและเพิ่มกำลังลาดตระเวนอย่างเฉียบขาดขั้นสูงสุด เพื่อคุ้มครองผืนป่ามรดกโลกและป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องมาสังเวยชีวิตด้วยความโลภกลางป่าลึกเช่นนี้อีก ทั้งนี้หลังเกิดเหตุสามารถควบคุมพรานไม้หอมได้ 2 รายนำมาเปรียบเทียบปรับ ส่วนอีก 2 ราย ระหว่างติดตามตัว ” หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่กล่าวปิดท้าย
***-ขอบคุณภาพเหตุการณ์ : “ผู้ใหญ่ต้อม” นายทวีศักดิ์ ผงทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ /ธีระ สนับบุญ ***
มานิตย์ สนับบุญ / ณัฐนันท์
– ภาพ / ปราจีนบุรี ###
