นายกฯ ประชุมอัพเดต ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น ยัน ทำตามข้อเท็จจริง -รวดเร็ว บอก สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วหลายคน ลั่น‘นักการเมือง’
นายกฯ ประชุมอัพเดต ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น ยัน ทำตามข้อเท็จจริง -รวดเร็ว บอก สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วหลายคน ลั่น‘นักการเมือง’เอี่ยวไม่รอดแน่โดนหนักหลายเท่า ย้ำ บอกแล้วให้ชะลอผลสอบทั้งหมด แต่สถ.เข็นเดินหน้า ข้องใจก.ม.ตั้งคกก.ซ้ำซ้อน ชี้ ‘มท.1’มีเสียงโหวตเดียวใช้อำนาจไม่ได้ เล็งบรรจุทีโออาร์ ขึ้นแบล็กลิสต์คนทุจริตห้ามสอบซ้ำ เมื่อเวลา 13.11 น.วันที่ 15 ก.ค.ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกราง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบังคับการปราบปรามและติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 โดยมีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมด้วย โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในฐานะรมว.มหาดไทยต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)รวมไปถึงหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้องได้รับรับทราบถึงการกระทำอันอุกอาจผิดกฎหมายและเป็นประเด็นที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาตนก็ไม่ได้มีความสบายใจ เพราะมันเป็นเรื่องภายในกำกับดูแลของรัฐบาล ถ้าไม่ได้ไม่ได้รับความร่วมมืออันดีจากทุกท่าน ก็จะทำให้ความเคลือบแคลงใจของพี่น้องประชาชน ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อคดีนี้ เป็นที่สงสัย แต่ท่านทั้งหลายทำให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง ทำให้เห็นเครือข่ายว่าหลายคนที่มีมีส่วนร่วมอยู่ในวงจรนี้ก็ยังร่วมในการกระทำการทุจริตอื่นๆด้วยแสดงว่าวงจรนี้ที่วงจรบาทมันมีเครือข่ายเชื่อมโยงตรงนี้ตนได้ เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันกับประชาชนผ่านสื่อมวลชนว่าขอให้มีความมั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและมั่นใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกหรือไปเบียดบังคดีความต่างๆไม่ได้เป็นอันขาดและยิ่งกรณีนี้เป็นกรณีที่อาจหารต่อการทุจริตตั้งแต่การสอบรับข้าราชการดังนั้นจึงมีหน่วยงาน นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าจะไม่มีการบิดเบือนคดีเป็นอื่นเป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่เรามีอยู่ ที่เรากำลังสืบหาอยู่ เพราะไม่งั้นมันจะต้องมีการตรวจทาน เพื่อนำมาประกอบเปรียบเทียบกัน คือหลักที่ประชาชนทุกคนสามารถให้ความไว้วางใจและคดีนี้ไม่มีบรรเทา ไม่มีการยืดหยุ่น ทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการไปตามหลักกฏหมายอย่างเคร่งครัดและไม่มีกฎหมายใดๆหรือกฎเกณฑ์ใดๆที่ตนทุกคนจะต้องไปตอบแทนหรือเกรงกลัวใดๆหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ ดังนั้นตนเชื่อว่าสิ่งที่ท่านได้เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาในกรณีนี้ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เคยมีตำแหน่งราชการใดๆก็ตามการดำเนินคดีมีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปหลายคน แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิด ใครถูก เพราะกว่าจะถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและยืนยันหลักฐานให้ชัดเจน เมื่อถามถึงกรณีการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5,000 คนที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องจะดำเนินการอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น( กสถ.)เมื่อช่วงเช้าว่าสถ. ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเช่นนี้ และในสัปดาห์หน้าวันที่ 23 ก.ค.นี้ จะนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ซึ่งตนเป็นประธาน ถ้าตนสั่งได้ก็สั่งไปแล้วอยู่แนวหน้ารมว.มหาดไทยป่านนี้ผลสอบครั้งนี้มันก็ไม่เกิดแล้ว แต่มันจะต้องผ่านคณะกรรมการก กลางตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ตนได้ให้แนวทางตั้งแต่ทราบเรื่องว่าให้ชะลอ อย่าเพิ่งเรียกไปรายงานตัว ซึ่งในสัปดาห์หน้าถ้าวันนี้สถ. มีมติเรียบร้อยว่าพบการกระทำที่ผิดกฎหมาย พบการบิดเบือนผลการสอบต่างๆเราก็ต้องรายงานคณะกรรมการก กลาง ซึ่งตนถามเขาแล้วว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะบอกแล้วไม่ให้บรรจุแล้วยังไปบรรจุ ขนาดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)ออกหนังสือไม่ให้บรรจุให้ชะลอ แต่ก็ยังบรรจุต่อไป ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวจะต้องอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการต่อไป ซึ่งในคณะกรรมการก กลาง ก็จะต้องนำเรื่องเข้าไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่สำหรับตนให้ยกเลิก แต่ถ้ายังมีคณะกรรมการหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่หลายคนเป็นตัวแทนจากท้องถิ่น เป็นผู้ที่ต้องการข้าราชการเหล่านี้เข้าไปทำงาน ถ้าเขายังบอกว่าดำเนินการต่อไป ก็ให้โหวตกัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของตนและกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลเราก็มีความเห็นของเรา เมื่อถามว่า ในส่วนที่ทักท้วงไปแล้ว นายกฯมีอำนาจในการปกครอง ทำไมไม่ออกคำสั่งให้มีการถอนนายกฯกล่าวว่า “ถามแบบนี้แสดงว่าคุณไม่เข้าใจกฎหมาย มันไม่ได้มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจก็เรียบร้อยไปแล้ว ไม่ใช่แค่ทักแต่ตนบอกแล้วว่าให้ชะลอ แต่ต้องใช้มติของคณะกรรมการก กลาง กฎหมายเขียนไว้ตนก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร่าง เราก็ต้องมานั่งดูด้วย ว่าทำไมกฎหมายถึงออกมาเช่นนี้ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชั้น รมว. มหาดไทยคือประธานกรรมการแค่ชุดเดียว คือชุดกลาง ถ้าจะโหวตก็มีแค่เสียงเดียว ในกระทรวงมหาดไทยน่าจะมีไม่เกิน 3 เสียง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นส่งเสริมการปกครอง ที่เหลือเป็น กรรมการจากหน่วยงานอื่นๆ ใช้อำนาจไม่ได้ ถ้าใช้อำนาจได้ก็ไม่ต้องมากวนผบ.ตร. เมื่อถามต่อว่ากรณีผู้สมัครที่สอบผ่าน แล้วอยากร้องขอความเป็นธรรมว่า การสอบทำมาอย่างถูกต้อง นายกฯ กล่าวว่า เราต้องดูก่อนว่าการสอบตอนนี้เจอประมาณ 5,900 รายที่ทุจริต ตอนนี้ตนก็ต้องไปหารือทางฝ่ายกฎหมายต่อกรณีนี้ ถ้ามันทุจริตตั้งแต่ช่วงต้นมีการเปิดเผยข้อสอบ มีการบิดเบือนผลการสอบ ถ้ามันนำไปสู่การยกเลิกเพิกถอนอะไรได้เราก็ต้องทำตามทุกอย่างที่กฎหมายเปิดช่องไว้ เมื่อถามอีกว่าหากดำเนินการสอบไปแล้วและพบว่ามีผู้ทุจริตจะต้องขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามสอบอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องถูกกำหนดอยู่ในทีโออาร์ต่อไป แต่อย่างน้อยคนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มที่คะแนนในกระดาษคำตอบไม่ตรงกับการประกาศผล ตนเชื่อว่า ทางพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่ต้องตรวจสอบก็ต้องดำเนินคดี เรียกมาสอบปากคำ ถ้าพบเป็นความผิดก็ต้องดำเนินคดีต่อไป เมื่อถามต่อว่า 5,000 กว่าตำแหน่งที่เพิกถอนแล้วจะเลื่อนคนที่ลำดับถัดไปขึ้นมาหรือว่าต้องสอบใหม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสถ.จะยกเลิกสอบ ยกเลิกผลประกาศสอบ มันต้องมาจากคณะกรรมการก กลาง ไม่มีอำนาจตรงไหนที่ให้รมว.มหาดไทยได้ทำเองโดยที่ไม่ต้องใช้มติของคณะกรรมการก็ต้องรอการประชุม ตนทราบว่าจะประชุมในวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งปกติตนจะมอบรมช.มหาดไทยทำงานแทนตั้งแต่ตนมาเป็นรมว.มหาดไทย ในปี 2566 รอได้ให้ มท.2 กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นสัปดาห์หน้า ตนก็ประเมินแล้วคิดว่ามันก็มีความจำเป็นที่ตนจะต้องเข้าไปทำหน้าที่ประธานเอง เพราะมันไม่ได้จำกัดสิทธิ์อะไรของตนในการไปทำหน้าที่ประธาน เมื่อมาถามอีกว่าเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากจะต้องไปรื้อคณะกรรมการหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องไปดู เพราะอันนี้เป็นกฎหมายประกอบในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แต่ตนเชื่อว่าถ้ามีการเปิดให้มีการทุจริตในระดับขนาดนี้ ตนก็คิดว่ากระทรวงมหาดไทยมีเหตุผลที่ต้องพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายปรับปรุงกฎหมายให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น นายกฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้คงมีการแถลงข่าวขยายผลอีกหลายครั้ง เพราะการกระทำที่อุกอาจขนาดนี้ คงไม่ได้แค่มีผู้ต้องหาที่จับได้แล้ว หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น เราจะดำเนินการต่อไป ในส่วนของตนมีความเชื่อมั่น ในความสามารถและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ว่าเราจะไม่มีทางปล่อยให้คนร่วมกระทำความผิดลอยนวลอย่างแน่นอน และไม่ต้องห่วงระบบนี้คนมันเยอะ แต่ละคนเดี๋ยวเขาก็ซัดทอด ไปถึงคนอื่น มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งที่สื่อมวลชนกังวลว่าตรงไหนซ่อนอยู่ คนไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง คนไหนทำเป็นฮีโร่ แต่ความจริงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มส้นเท้า ก็จะถูกขยายผลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งการดำเนินการมาจนถึงระดับนี้ ก็มาจากการขยายผล ด้านายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่ป.ป.ท. จะดำเนินการหลังจากนี้ คือจะหาแนวทางที่ชัดเจนและแนวและแนวป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ตามที่นายกฯระบุไว้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง โดยป.ป.ท.จะหาแนวทางที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอนายกฯต่อไป ว่าข้อเท็จจริงคืออะไรและช่องโหว่อย่างไร นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมืองจะรอดหรือไม่ ไปดูข้อกฎหมาย ที่บอกว่าเป็นข้าราชการเป็นเจ้าพนักงานเป็นนักการเมือง เป็นผู้มีสถานะจะต้องโดนลงโทษ2 เท่าถึง 3 เท่า ยังมีกฎหมายนี้อยู่ ตนได้ให้หลักการนี้ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกคน จากนั้นเวลา 14.10 น. ภายหลังเสร็จสิ้นติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า ได้เจอผู้ต้องหาก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยนายกฯ กล่าวว่า เพิ่งเดินผ่านเมื่อกี๊ ตนไม่ทราบด้วยว่าเป็นผู้ต้องหา ตำรวจได้บอกให้เข้ามายืนด้านข้าง เพื่อให้ผู้ต้องหาเดินผ่านไปฝากขังตามกระบวนการ ///////

