วันอังคาร, กรกฎาคม 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

รวบโจรตระเวนลักทรัพย์ทั่วกรุงฯ ล็อกเหยื่อสูงวัย ปลอมเป็นช่างไฟก่อนย่องฉกทรัพย์ นับแสนพบประวัติออกคุกไม่ถึงปี อ้างหาเงินเข้าบ่อนคิงส์โรมัน

รวบโจรตระเวนลักทรัพย์ทั่วกรุงฯ ล็อกเหยื่อสูงวัย ปลอมเป็นช่างไฟก่อนย่องฉกทรัพย์ นับแสนพบประวัติออกคุกไม่ถึงปี อ้างหาเงินเข้าบ่อนคิงส์โรมัน

 

เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 13 ก.ค.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.บุปผาราม สั่งการให้ พ.ต.ท.วิทยา สมการ รองผกก.สส.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.สมเกียรติ พานย้อย สว.สส.สน.บุปผาราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ร่วมกันจับกุมตัวนายชานนท์ หรือชาติ โสภณสิริ อายุ 64 ปี ชาว จ.ระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3549/2569 ลงวันที่ 25 มิ.ย.69 ข้อหา “ ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป ” พร้อมด้วยของกลาง รูปหล่อพระพุทธโสธรสีทอง ลักษณะคล้ายทองคำ ขนาดหน้าตักประมาณ 1 ซม. สูงประมาณ 2 ซม. จำนวน 1 องค์, ต่างหูสีทอง ลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 1 คู่, เงินสด จำนวน 18,170 บาท และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซต์ไม่ทราบชื่อ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 เวลา 10.00 น. มีผู้เสียหายทราบชื่อ คือ นางดวงนภา อายุ 78 ปี ได้ให้ นางสาวไพลิน ซึ่งเป็นลูกสาว เดินทางมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.ตุลวุฒิ เหมะธุลิน รอง สว.(สอบสวน) สน.บุปผาราม ว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ เป็นสร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร ราคาประมาณ 3 หมื่นบาท และแหวนทองคำ ฝังเพชร 2 วง ราคารวมประมาณ 3 หมื่นบาท รวมราคาทรัพย์ประมาณ 6 หมื่นบาท เหตุเกิดภายในบ้านพักในซอยเซ็นต์เสถียร ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดวันที่ 8 ก.ค.เวลา 12.00 น.

 

ผู้เสียหายแจ้งว่า ตามเวลาดังกล่าว ได้มีคนร้ายเป็นชาย สวมสิ่งปิดบังใบหน้า ได้เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ และแจ้งกับนางดวงนภา ผู้เสียหายว่า ลูกสาวส่งให้มาซ่อมไฟบ้านที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้เปิดประตูบ้านให้คนร้ายเข้าไป จากนั้นคนร้ายได้ขึ้นไปที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน แล้วได้รื้อค้นทรัพย์สิน จากนั้นทำทีลงมาพูดคุยกับผู้เสียหาย โดยหลอกผู้เสียหายอีกว่าให้ถอดสร้อยและแหวนที่ผู้เสียหายสวมใส่อยู่ ส่งมาให้คนร้าย เพื่อที่จะนำไปล้าง แล้วจะนำมาคืนให้

 

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้มอบทรัพย์สินให้กับคนร้ายไป จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีออกจากบ้านพักไป กระทั่งนางสาวไพลิน ลูกสาวทราบเรื่อง จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะเกิดเหตุคนร้ายได้สวมสิ่งปิดบังใบหน้าเข้าไปในบ้าน แล้วได้ดึงปลั๊กกล้องวงจรปิดภายในบ้านออก ก่อนเข้าแจ้งความที่โรงพัก

 

นอกจากนี้ได้เดินทางไปขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมกับผู้เสียหายอีก 1 ราย คือ น.ส.บุญเรือน (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ซึ่งมีพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตมีนบุรี เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.49 น. โดยผู้เสียหายระบุว่า ในช่วงดังกล่าวตนเองออกไปทำงานตามปกติ ทำให้ภายในบ้านเหลือเพียงคุณยายอายุ 94 ปี และญาติซึ่งเป็นผู้สูงอายุอีกหนึ่งคนอยู่กันตามลำพัง คนร้ายได้เข้ามาแสดงตัว และอ้างว่าจะขอเข้ามาตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ด้านในประมาณ 15 นาที ก่อนจะอาศัยจังหวะทีเผลอรื้อค้นทรัพย์สิน และได้เงินสดไปเกือบ 10,000 บาท เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่าพบว่าคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์สกู๊ปปี้ สีดำ มุ่งหน้าไปทางถนนสุวินทวงศ์ กระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ติดตามไปจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายชานนท์ หรือชาติ ไว้ได้ในที่สุด

จากการสอบสวน นายชานนท์ ผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า ก่อเหตุที่สมุทรปราการได้เงินสดไป 4 แสนบาท และที่ตัวเหลือเงิน 10,000 บาท และพระ1 องค์ ส่วนพระได้มาจากก่อเหตุในพื้นที่ สภ.สำโรงใต้ ส่วนเงินที่เหลือได้โอนไปใช้หนี้หมด รวมถึงต้องการนำเงินไปเล่นการพนันที่บ่อนคิงส์โรมัน กาสิโน ประเทศลาว และจะขอให้การเฉพาะในชั้นศาลเท่านั้น

 

จากการสอบสวนเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหาเพิ่งจะพ้นโทษออกจากคุกในคดีลักทรัพย์มาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 ก่อนออกมาตระเวนก่อเหตุ ซึ่งก่อนถูกจับกุมวันนี้ได้ไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ สภ.สำโรงใต้ ด้วย โดยก่อเหตุหลายท้องที่ในนครบาล อาทิ สน.ยานนาวา, สน.ดินแดง, สน.บุคคโล, สน.บางเขน และสน.บุปผาราม และ สภ.สำโรงใต้ แต่ละครั้งจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุ

 

จากการตรวจสอบประวัติ นายชานนท์ ผู้ต้องหา พบมี 4 หมายจับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 สน.สุทธิสาร 1 คดี, ปี 2553 สน.ชนะสงคราม 1 คดี (โดยทั้ง 2 คดีหมดอายุความแล้ว), ปี 2568 สภ.บางศรีเมือง ภ.จว.นนทบุรี 1 หมายจับคดีอาญาที่ 30/2569 ลงวันที่ 23 ธ.ค.68 ข้อหา ” ลักทรัพย์ในเคหสถาน มอมหน้าโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ” และ ปี 2569 สน.บางเขน คดีอาญาที่ 3549/2569 ลงวันที่ 4 มิ.ย.69 ข้อหา”ลักทรัพย์ มาตรา 334,335,335 ทวิ แต่งกายเลียนแบบทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ” และคดีล่าสุดของ สน.บุปผารามเบื้องต้นจึงถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมประสานให้ สน.บางเขน นำตัวกลับไปเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.

 

///////