ตำรวจ ปคม.บุกคอนโดปทุมฯ รวบ แอดมิน DOBERMAN ค้ามนุษย์เด็ก ลวงคอล – อัดคลิป – ขายกลุ่มลับ ซ้ำรีดเงินเหยื่อแลกลบคลิป
ตำรวจ ปคม.บุกคอนโดปทุมฯ รวบ แอดมิน DOBERMAN ค้ามนุษย์เด็ก
ลวงคอล – อัดคลิป – ขายกลุ่มลับ ซ้ำรีดเงินเหยื่อแลกลบคลิป
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์
ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน
รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์,
พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ
รอง ผบก.ปอท.รรท.รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พงศกร โนรี ประจำ (สบ 5) บก.ปคม., พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ,
พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.รัศมิ์ธศิลป์ ป้องอาณา, พ.ต.ท.เอกรณการ นาคนิยม รอง ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.ณัฏฐพัชร์ งามประดิษฐ์, พ.ต.ท.สุรศักดิ์ หญีตบึ้ง
รอง ผกก.1 บก.ปคม. และพ.ต.ท.ธนกร จาวรุ่งวณิชสกุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ชัยกฤต ทิพย์วงศา สว.กก.1 บก.ปคม., ร.ต.อ.เอกกรินทร์ ทองหยด รอง สว.กก.1 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม.
ร่วมกันจับกุม นายพลกฤตฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
1. ค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง
จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งเด็ก ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการผลิตหรือเผยแพร่ วัตถุ หรือสื่อลามกเด็ก โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่ถึง
สิบแปดปี
2. กระทำด้วยประการใด บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็ก ประพฤติตนไม่สมควร
หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด กระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มา
ซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด
3. นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
4. ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
5. เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก, ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือ
พร้อมด้วยของกลาง
1. โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
2. แท็บเล็ต 1 เครื่อง
3. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 ผู้ปกครองได้พา ลูกสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความ
ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. หลังถูกคนร้ายทักโซเชียลมีเดียมาพูดคุยตีสนิทจนผู้เสียหายหลงเชื่อจากนั้นได้ออกอุบายเสนอเงินค่าตอบแทนเพื่อหลอกให้เปิดกล้องวิดีโอคอล แล้วแอบบันทึกภาพหน้าจอไว้โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัว
ต่อมาคนร้ายได้นำคลิปไปโพสต์ขายราคา 1,990 บาท ในกลุ่มลับเทเลแกรม
ชื่อ “DOBERMAN” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2,000 คน ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะถูกส่งต่อและนำไปขายซ้ำ
ในแอปพลิเคชันดิสคอร์ดจนแพร่กระจายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ คลิปดังกล่าวยังถูกส่งต่อไปถึงกลุ่มเพื่อน
ที่โรงเรียน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และสภาพจิตใจของเด็กผู้เสียหายเป็นอย่างมาก
ภายหลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคม. ได้เร่งแกะรอยหาตัวผู้กระทำความผิด
จนพบว่าคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียหลายบัญชีสลับกันเข้าหาเหยื่อในหลายช่องทาง
ทั้งบัญชีที่ใช้ตีสนิทล่อลวง บัญชีที่ใช้เจรจาเสนอเงินปิดปาก และบัญชีแอดมินกลุ่มลับที่ใช้ประกาศขายคลิป
ซึ่งมีการประทับลายน้ำชื่อกลุ่มไว้บนคลิปอย่างโจ่งแจ้ง
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐาน
ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดปทุมธานี ก่อนเปิดปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหา
จากการตรวจค้นอุปกรณ์ของกลางเบื้องต้น พบไฟล์คลิปของผู้เสียหายถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
ของกลาง และในระบบคลาวด์ ที่ถูกตั้งค่าเป็นลิงก์สาธารณะ มียอดเข้าชมรวมแล้วราว 100 ครั้ง
พร้อมหลักฐานแชทล่อลวงผู้เสียหายหลายแพลตฟอร์ม โพสต์ประกาศขายคลิป รวมถึงหลักฐานการรับเงิน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบคลิปวิดีโอแอบอัดหน้าจอขณะวิดีโอคอลอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้
รอปล่อยขายลงในกลุ่มลับ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เริ่มต้นจากการเป็นลูกค้าเข้าไปซื้อคลิปในกลุ่มลับ
เทเลแกรม ก่อนผันตัวมาเป็นแอดมินกลุ่มทำหน้าที่โพสต์ขายคลิปเพื่อแลกส่วนแบ่ง
กระทั่งตัดสินใจลงมือล่อลวงเหยื่อที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยตัวเองจำนวน 2 ราย โดยผู้ต้องหารับว่าได้ทักหาเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมาก โดยเน้นเลือกเหยื่อที่มีผู้ติดตามในสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก หน้าตาดี หรือมีลักษณะเป็นเน็ตไอดอลในกลุ่มวัยรุ่น ก่อนจะทักไปพูดคุยในลักษณะจีบ ตีสนิท สร้างความไว้วางใจ แล้วใช้อุบายต่างๆ เช่น เสนอเงินค่าตอบแทน พูดจาหว่านล้อม หรือชักชวนให้เปิดกล้องวิดีโอคอล เพื่อหลอกให้เหยื่อกระทำในลักษณะล่อแหลม จากนั้นจึงแอบบันทึกภาพหรือคลิปไว้โดยที่เหยื่อไม่ทราบ อ้างว่าต้องการหารายได้เสริม
ซึ่งที่ผ่านมาทำเงินจากการขายคลิปไปแล้วประมาณ 20,000 – 30,000 บาท โดยคลิปทั้งหมดจะถูกส่งขายให้กับลูกค้าประจำเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อจนกระจายเป็นวงกว้าง พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาในความผิด
ฐานค้ามนุษย์จากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูง และเร่งตรวจพิสูจน์ข้อมูลในอุปกรณ์ของกลางทั้งหมด เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ซื้อ ผู้เผยแพร่ รวมถึงตรวจสอบเด็กที่ตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ฝากเตือนภัยถึงผู้ปกครองและเยาวชนว่า ภัยจากการล่อลวงทางเพศออนไลน์ หรือ Sextortion กำลังระบาดอย่างหนัก จึงขอเน้นย้ำว่าอย่าเปิดกล้องวิดีโอคอลในลักษณะล่อแหลม หรือส่งภาพลับให้แก่บุคคลอื่
นโดยเด็ดขาด
