วันจันทร์, กรกฎาคม 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปราจีนบุรี (คืบหน้า) ทวารวดีเดือด! น้ำนรกดำทมิฬทะลักคลองหนองแสง ปลาตายเกลื่อน 5 หมู่บ้าน ช็อคค่า DO ดิ่งศูนย์! ชาวบ้านผวาเงาอีอีซี ทุบเมืองมรดกโลกกลายเป็น “ถังขยะโลก” โรงงานชุ่ยย่องลักลอบเทสารเคมีพิษทางเปลี่ยว!

ปราจีนบุรี (คืบหน้า) ทวารวดีเดือด! น้ำนรกดำทมิฬทะลักคลองหนองแสง ปลาตายเกลื่อน 5 หมู่บ้าน ช็อคค่า DO ดิ่งศูนย์! ชาวบ้านผวาเงาอีอีซี ทุบเมืองมรดกโลกกลายเป็น “ถังขยะโลก” โรงงานชุ่ยย่องลักลอบเทสารเคมีพิษทางเปลี่ยว!

 

คืบหน้ายังดมกลิ่นแสบจมูกยันเช้า! วิกฤตน้ำเน่าทมิฬคลองหนองแสง (ชวดโพธิ์) พ่นพิษลามพินาศ 5 หมู่บ้าน จ.ปราจีนบุรี ดินแดนอารยธรรมทวารวดี-ผืนป่ามรดกโลก 3 อุทยานแห่งชาติแทบพังพินาศ ปลาขาดใจตายลอยอืดเกลื่อนระนาว ผลตรวจแล็บช็อคโลก ออกซิเจนกลายเป็น “ศูนย์” สิ่งมีชีวิตตายเรียบ! ผู้ว่าฯ สั่งระดมพลบุกสแกนลากคอฆาตกรเงียบ มุ่งเป้าปมเกษตรกรเทกากส่าเหล้าล้นทะลัก หรือกลุ่มทุนโฉดใช้รถบรรทุกดอดลักลอบเทขยะพิษสารเคมีทางเปลี่ยว ด้านชาวบ้านลุกฮือต้านกระแสยัดเยียดปราจีนบุรีเข้า EEC จังหวัดที่ 4 ผวาเมืองประวัติศาสตร์จะแปรสภาพเป็น “ถังขยะโลก” รองผู้ว่าฯ ลั่นวาจาเด็ดขาด เจอตัวการปล่อยพิษพร้อมลากคอจับติดคุกขั้นสูงสุด!

 

เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกาะติดความคืบหน้าวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรง ในลำคลองหนองแสง (ชวดโพธิ์) ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 3, 4, 5, 6 และ 7 ของตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับเสียงร้องทุกข์จากชาวบ้านที่กำลังกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะน้ำในคลองแปรสภาพเป็นสีดำทมิฬราวกับน้ำครำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าสารเคมีฉุนกึกแสบจมูกรุนแรง แถมสัตว์น้ำและปลาธรรมชาติน้อยใหญ่นับแสนตัวต่างพากันลอยหัวขาดใจตายอืดขาวโพลนเต็มตลิ่งเป็นภาพที่น่าอนาถใจยิ่งนัก

 

ซึ่งล่าสุด นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้สั่งการด่วนที่สุดส่งทีมเฉพาะกิจบุกสแกนพื้นที่ด่วน ผลตรวจวิเคราะห์ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (ค่า DO) พุ่งดิ่งเหวกลายเป็น “ศูนย์” ระบบนิเวศล่มสลายราบคาบ สิ่งมีชีวิตไม่มีทางรอดช็อคสายตาคนทั้งจังหวัดตามที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้

 

ความคืบหน้าล่าสุด นายชูชาติ พิพัฒน์ศรัทธา นายอำเภอศรีมโหสถ ไม่นิ่งนอนใจในความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน ได้ประสานหนังสือด่วนที่สุดถึงหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (ปภ.จว.ปราจีนบุรี) ขอกำลังสนับสนุนเรือท้องแบน 2 ลำ และเสื้อชูชีพ 15 ตัว นำมาใช้ในภารกิจกู้ระบบน้ำเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ นายจีระศักดิ์ ไชยวรณ์ ปลัดอำเภอศรีมโหสถ เป็นผู้ประสานงานหลัก

 

โดยในวันนี้ (13 กรกฎาคม) ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี และ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้ นายอำเภอศรีมโหสถ นำทีมบูรณาการกำลังทุกฝ่าย ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย (อบต.), มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12), ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี, อบต.โคกไทยน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดครั้งใหญ่ แบกหน้าท้ากลิ่นเหม็นเน่าชวนอ้วก ลุยช้อนซากปลาเน่ามหาศาลขึ้นจากลำคลองหมู่ที่ 6 ต.โคกไทย นำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลทันทีเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ปั๊มสูบน้ำเสียออกจากลำคลองแยกไปกักไว้ในพื้นที่ดินของเอกชนข้างเคียงที่ให้ความยินยอม เพื่อรอการบำบัดทางวิทยาศาสตร์ ไม่ให้ไหลไปย่ำยีสลบไสลถึงพื้นที่ปลายน้ำ

 

ในส่วนของการลากคอฆาตกรเงียบทลายระบบนิเวศเมืองประวัติศาสตร์ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ได้จับมือกับ นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปราจีนบุรี เขต 1 แท็กทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) และกรมควบคุมมลพิษ บุกเจาะเก็บตัวอย่างน้ำเสียเข้าห้องแล็บวิทยาศาสตร์ตรวจหาสารเคมีและโลหะหนักอย่างละเอียด โดยเบื้องต้น คณะตรวจสอบได้ตั้งแท่นสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ 2 ปมมืด คือ

 

• ปมน้ำกากส่าเหล้าล้นทะลัก: มีสายข่าวรายงานว่า มีเกษตรกรหัวใสแอบขน “กากสารเหล้า” หรือกากน้ำตาลมาเททิ้งในพื้นที่การเกษตรเพื่อหวังปรับปรุงดินตามความเชื่อ ขนมามากล้นทะลักถึง 30-40 พ่วงพ่วงปิกอัพ พอดูดกลืนไม่ไหวเจอน้ำฝนเทกระหน่ำชะล้างสารอินทรีย์เข้มข้นเหล่านี้ไหลบ่าทะลักลงคลองจนเน่าหมักหมม

• ปมเล่ห์เหลี่ยมโรงงานชุ่ย (ประเด็นเด็ด): แม้ตรวจสอบพิกัดทางกายภาพรอบลำคลองหนองแสงและคลองชวดโพธิ์จะไม่มีโรงงานตั้งอยู่เลยแม้แต่แห่งเดียว แต่สภาพน้ำสีดำทมิฬและกลิ่นสารเคมีฉุนกึกเกินธรรมชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีกลุ่มทุนหน้าเลือดไร้สำนึก ใช้รถบรรทุกดอดแอบขนของเสียเคมีอันตรายจากนอกพื้นที่มาลักลอบเททิ้งผสมโรงในคลอง เนื่องจากเป็นเส้นทางเปลี่ยว ลับตาคน และไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่ง สส.อำนาจ ได้สั่งการเน้นย้ำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. จัดทีมเวรยามตาตั้งขับรถลาดตระเวนและดักซุ่มเข้มตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดรถขนของเสียอุตสาหกรรมมักง่ายไม่ให้แอบย่องมาเททิ้งซ้ำสองได้อีก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วิกฤตน้ำเน่านรกแตกในครั้งนี้ระเบิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนกและหวาดผวาของประชาชนชาวปราจีนบุรีอย่างหนัก หลังมีกระแสข่าวความพยายามผลักดันให้จังหวัดปราจีนบุรี ถูกผนวกรวมเป็น “จังหวัดที่ 4 ในเขตพื้นที่ EEC” (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) ต่อจากชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งชาวบ้านต่างพากันลุกฮือตั้งคำถามและผวาว่า มาตรการสิทธิประโยชน์ทางอุตสาหกรรมที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจะเปลี่ยนโฉมเมืองเกษตรกรรมและโบราณคดีที่เคยสงบร่มเย็น ให้กลายเป็นแหล่งรองรับกากขยะพิษอันตรายและน้ำเสียเน่าเฟะจากโรงงานทั่วโลก จนต้องถูกตราหน้าว่าเป็น “ถังขยะโลก”

 

ยิ่งคดีนี้มาเกิดลักลอบเทสารเคมีพิษถล่มอำเภอศรีมโหสถ ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ตั้งโบราณสถานเมืองโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยทวารวดี และอยู่ใกล้ชิดผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติถึง 3 อุทยานแห่งชาติ (อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติปางสีดา) ยิ่งสร้างความโกรธแค้นและตอกย้ำความกลัวของชาวบ้านว่า ธรรมชาติที่งดงามและอารยธรรมโบราณกำลังจะถูกทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของกลุ่มทุนโรงงานอุตสาหกรรมมักง่าย

 

ขณะที่ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ออกมาทุบโต๊ะลั่นวาจาเด็ดขาดขึงขังต่อหน้าสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนว่า จังหวัดจะไม่นิ่งนอนใจและจะเร่งลุยสางปัญหานี้ที่ต้นเหตุให้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้วิถีชีวิตของชาวบ้านพังพินาศซ้ำรอยจังหวัดแถบภาคตะวันออกอื่นๆ หากผลตรวจแล็บทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าสารพิษมาจากน้ำมือใครหรือโรงงานไหน จะดึงคอตัวการมาดำเนินคดีตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ลงโทษขั้นสูงสุดทั้งจำคุกและปรับให้เข็ดหลาบ ไม่มีการละเว้นเด็ดขาด!

พร้อมวอนขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมกับฝ่ายปกครองในการดักซุ่มลาดตระเวน เพื่อสกัดกั้นขบวนการขนขยะพิษ และร่วมกันปกป้องผืนดินมรดกโลกแห่งอารยธรรมทวารวดีนี้ไว้ให้ลูกหลานสืบไป!

 

มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว / แพ มงคล – ภาพ /

ปราจีนบุรี###