ปราจีนบุรี คลายทุกข์ชาวบ้าน ล้างบางทำเลทองเถื่อน! ดีเดย์ 10 ก.ค. ลุยยึดคืนฟุตบาท-ถนนสาธารณะหน้าแพนฯกบินทร์บุรี
ปราจีนบุรี คลายทุกข์ชาวบ้าน ล้างบางทำเลทองเถื่อน! ดีเดย์ 10 ก.ค. ลุยยึดคืนฟุตบาท-ถนนสาธารณะหน้าแพนฯกบินทร์บุรี แฉพ่อค้าแม่ค้าท้าทายกฎหมาย เมินคำเตือน 3 รอบ ป.ป.ช. ร่อนจดหมายด่วนที่สุดบี้ท้องถิ่นตื่นดัดหลังพวกฮุบสมบัติชาติ! ปราจีนบุรี – คลายทุกข์ชาวบ้าน! เดือดปุด! ตลาดแพนเวย์หน้าเครือสหพัฒน์เจอกลุ่มทุนมักง่ายปักหมุดฮุบทางเท้า -ยึดถนนหลวงตั้งแผงค้าทำ “จราจรจลาจล” ปล่อยรถเปิดท้ายยึดเลนทำรถติดหนึบเป็นอัมพาตช่วงเลิกงาน แถมทำคนเดินเท้าเสี่ยงตายลงไปโดนรถสอยบนถนน ล่าสุด ป.ป.ช. นั่งไม่ติด ร่อนหนังสือเตือนด่วนประสานองค์การบริหารส่วนตำบลนนทรี (อบต. )ล้างทางเท้าขีดเส้นตายระเบิด D-Day 10 กรกฎาคมนี้ ใครขวางเจอคุก-ปรับหนักไม่มีเคลียร์! เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี หลังชาวบ้านร้องทุกข์ผ่าน ปปช. ปมเขย่าขวัญคนเดินดิน บริเวณตลาดหน้าโรงงานเครือสหพัฒน์ (ตลาดหน้าแพนเวย์) ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่ได้รับการร้องเรียนหนาหูว่าพื้นที่สาธารณะที่ควรเป็นของทุกคน บัดนี้ถูกขบวนการร้านค้าและรถเข็นพากัน “หน้ามืด” แย่งกันปักหมุดจับจองเป็นทำเลทองส่วนตัว ขนทั้งของ ขนทั้งรถยนต์ลงมาขวางทางเท้า ยึดแม้กระทั่งไหล่ทางที่องค์การบริหารส่วนตำบลนนทรี ( อบต.) ทำไว้ให้จอดรถชั่วคราว จนกลายเป็นระเบิดเวลารอวันบึ้มกลางย่านนิคมอุตสาหกรรม! นายณรงค์ชัย ภักดีณรงค์ชัย ประธานคณะกรรมการชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดปราจีนบุรี ออกมาเปิดหน้าชก แฉข้อมูลเชิงลึกผ่านสื่อแบบไม่มีกั๊กว่า ปัญหานี้เน่าเฟะซุกใต้พรมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะช่วงเวลาเลิกงาน 16.30 น. ถึง 18.00 น. ที่พี่น้องสาวฉันทนาและหนุ่มโรงงานนับหมื่นชีวิตทะลักออกมา ถนนสุวรรณศรสายเก่า (ประจันตคาม – กบินทร์บุรี) หรือ ถนนสาย 33 มุ่งหน้าเข้าเทศบาลตำบลกบินทร์ ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี ต้องกลายสภาพเป็นอัมพาตทันที เพราะมีกลุ่มรถยนต์เปิดท้ายขายของเข้ามาจอดขวางซ้ำเติม คนเดินเท้าไร้ทางเดินจนต้องลงไปเดินเสี่ยงตายบนถนนให้รถสอย จนเกิดอุบัติเหตุเลือดตกยางออกเจ็บสะสมมานับไม่ถ้วน! ไม่เพียงเท่านั้น ทีมข่าวสืบเจาะลึกยังพบว่า วิกฤตเห็นแก่ตัวครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนเละเทะไปหมด ทั้งแผงค้าและร่มแม่ค้าที่กางบังมิดหัวจนคนขับรถมองไม่เห็นทางเลี้ยวทางแยก เสี่ยงชนสนั่นเมือง ซ้ำร้ายหากเกิดเหตุไฟไหม้โรงงาน รถดับเพลิงหรือรถพยาบาลคงติดแหง็กเข้าไม่ถึงพื้นที่แน่ๆ แถมยังทำลายสุขอนามัยยับเยิน แอบเทน้ำล้างจานคราบน้ำมันและขยะลงท่อระบายน้ำจนเหม็นเน่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค แถมเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการดีๆ ที่เขาเสียภาษีและเช่าที่ถูกต้องแบบหน้าตาเฉย! ด้าน องค์การบริหารส่วนตำบลนนทรี (อบต. ) ทนไม่ไหว ยืนยันประกาศเตือน ขีดเส้นตาย และปิดป้ายคำสั่งให้รื้อถอนแผงเถื่อนไปแล้วถึง 3 ครั้งซ้อน! แต่ก็ยังมีพวกหูทวนลมท้าทายกฎหมาย งานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งลงพื้นที่ตีกรอบขีดสีตีเส้นจราจรจัดระเบียบไปแล้วกว่า 80% พร้อมกางกฎหมายเตรียม “เช็กบิล” ดัดหลังพวกมักง่ายรายตัวดังนี้: • พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ. 2535 (มาตรา 19-20): พวกซื้อขายสินค้าหรือตั้งของเกะกะบนถนน-ทางเท้า เจอโทษปรับหนักตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท และโดนริบของเรียบวุธ! • พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535: แผงค้าไหนทำกลิ่นเหม็น ควันโขมง เสียงดังรบกวน หรือทิ้งขยะเรี่ยราด แล้วเจ้าหน้าที่สั่งให้รื้อแต่ยังฝ่าฝืน ลากเข้าคุกทันทีไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ! • พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (มาตรา 114): พวกหัวหมอเอากรวย ยางรถยนต์ หรือกระถางต้นไม้มาตั้งกั๊กถนนหน้าบ้านหน้าตัดร้านตัวเอง เจอปรับไม่เกิน 500 ถึง 1,000 บาท แถมตำรวจยกไปทิ้งได้ทันทีโดยคนตั้งต้องจ่ายค่ายกเอง! • ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 385 และ 397): กีดขวางทางสาธารณะจนคนอื่นเดือดร้อนรำคาญหรือเข้าออกบ้านไม่ได้ เจอคุกอีกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท! ชนวนเหตุที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับจังหวัด เกิดขึ้นหลังจาก นางสาวน้ำฝน ศาสตร์พิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ทนพฤติกรรมฮุบสมบัติชาติไม่ไหว ร่อนหนังสือราชการ “ด่วนที่สุด” ประสานไปยัง องค์การบริหารส่วนตำบลนนทรี (อบต.) จับตากลุ่มเสี่ยงคดีทุจริตและการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (CDC) ชี้ชัดพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้คนกลุ่มหนึ่งเอาที่สาธารณะไปหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเป็นเรื่องยอมไม่ได้! ขณะที่ นายณรงค์ชัย ประธานชมรม STRONGฯ ย้ำเสียงแข็งว่า เรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งลุยมาตั้งแต่นานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เมืองปราจีน, กบินทร์บุรี, ท่าตูม หรือศรีมหาโพธิ์ ก็ต้องโดนจัดระเบียบเหมือนกันหมด! ชมรม STRONGฯ จะจับมือกับ ป.ป.ช. จังหวัด และกองทัพตำรวจ ปูพรมลงพื้นที่ตลาดหน้าโรงงานสหพัฒน์แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ยึดคืนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ทวงคืนทางเท้าให้ประชาชนเดินได้อย่างสบายใจ ประกาศลั่นให้พวกเห็นแก่ตัวรู้ว่า สิทธิ์ส่วนรวมต้องเหนือประโยชน์ส่วนตน ตอกย้ำสโลแกนดุดัน “ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้” ของ ป.ป.ช. งานนี้ใครคิดจะเคลียร์บอกเลยว่าฝันไปก่อน! ### มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###

