วันอังคาร, กรกฎาคม 7, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี สลด! หนุ่มวัยรุ่นวิ่งดิ่งลงโป๊ะท่าน้ำนนท์ พูดคนเดียว “กระโดดน้ำตรงนี้แล้วจะตายไหม” ก่อนกระโดดเจ้าพระยาจมหาย สุดท้ายพบเป็นศพ

นนทบุรี สลด! หนุ่มวัยรุ่นวิ่งดิ่งลงโป๊ะท่าน้ำนนท์ พูดคนเดียว “กระโดดน้ำตรงนี้แล้วจะตายไหม” ก่อนกระโดดเจ้าพระยาจมหาย สุดท้ายพบเป็นศพ

วันนี้ (7 ก.ค. 2569) เวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุชายกระโดดน้ำสูญหาย บริเวณโป๊ะท่าเรือท่าน้ำนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมทีมนักประดาน้ำร่วมกตัญญูนที เข้าตรวจสอบและเร่งค้นหาผู้สูญหายในแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่เกิดเหตุบริเวณโป๊ะท่าเรือท่าน้ำนนท์ เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่า ชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี รูปร่างผอม สวมเสื้อคลุมหรือเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ ได้วิ่งมาจากบริเวณหอนาฬิกา มุ่งตรงมายังโป๊ะท่าเรือ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพูดกับตัวเองว่า “กระโดดน้ำตรงนี้แล้วจะตายไหม” แล้วตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไปต่อหน้าผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

นายบัญชา โพชนิกร อายุ 42 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่กับแฟน เห็นชายคนดังกล่าววิ่งตรงมายังโป๊ะท่าเรือ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งและพูดประโยคดังกล่าว จากนั้นก็กระโดดลงแม่น้ำทันที ตนตกใจจึงรีบวิ่งไปเรียกคนให้มาช่วย แต่ไม่สามารถลงไปช่วยได้ เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งในช่วงเวลาเดียวกันมีเรือโดยสารลำใหญ่แล่นผ่าน จึงคาดว่าคลื่นจากเรืออาจพัดร่างผู้ก่อเหตุออกจากจุดที่กระโดด โดยสังเกตเห็นว่าชายคนดังกล่าวเดินทางมาคนเดียว ไม่มีผู้ติดตาม และมีสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายกำลังมีปัญหาหรือความเครียดบางอย่าง

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมนักประดาน้ำร่วมกตัญญูนที ได้เร่งลงค้นหาในจุดเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ บริเวณใกล้ท่าเรือท่าน้ำนนท์

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารแสดงตนหรือหลักฐานยืนยันตัวบุคคลภายในตัวผู้เสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตสวมเสื้อคลุมสีดำ และกางเกงขายาวสีดำที่มีลวดลายคล้ายกากเพชร สวมแหวนที่นิ้วชี้ข้างซ้าย สมเด็จข้อมือเงินข้างขวา และสวมสร้อยเงิน ภายในตัวไม่มีรอยสัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด พร้อมเร่งตรวจสอบและติดตามญาติมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป