บช.ปส. เตรียมยกระดับคดีแอร์โฮสเตสขนยาเป็น “อาชญากรรมข้ามชาติ” ตั้งคณะทํางานล่าทั้งเครือข่าย ปราบปรามการลักลอบนําเข้าและส่งออกอย่างเด็ดขาด
บช.ปส. เตรียมยกระดับคดีแอร์โฮสเตสขนยาเป็น “อาชญากรรมข้ามชาติ” ตั้งคณะทํางานล่าทั้งเครือข่าย ปราบปรามการลักลอบนําเข้าและส่งออกอย่างเด็ดขาด
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่กองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง
ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยว่า ได้มีคําสั่งตั้งคณะทํางานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับการดําเนินคดีในมิติของ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
เพื่อขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า “ได้สั่งการให้คณะทํางาน นําโดย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตํารวจนครบาล (บช.น.), The Australian Federal Police (AFP),
สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(สํานักงาน ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทุกมิติไม่ว่าจะเป็นการสอบปากคําเพื่อนสนิทของผู้ต้องหา คนขับรถส่งของ เจ้าของรถส่งของ การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตลอดจนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลการติดต่อสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าสู่กระบวนการดําเนินคดีจากแนวทางการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดระหว่างประเทศ จึงเตรียมดําเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” กรณีการกระทําความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและเกี่ยวเนื่องกัน
สําหรับความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามพระราชบัญญัติป้องกัน
และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มีอัตราโทษจําคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 15 ปีหรือปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 300,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ บช.ปส. จะเดินหน้าขยายผลคดีนี้อย่างเต็มกําลัง เพื่อสืบสาวไปถึงผู้สั่งการ นายทุน ผู้ร่วมขบวนการ
และเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดหลบเลี่ยงความรับผิดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมและประเทศชาติ”
