ปราจีนบุรี ระวังภัย สยองรถตู้ขยี้ จยย.พ่วงข้าง คุณตาวัย 74 ร่างกระเด็นนอนหายใจรวยริน ก่อนสิ้นใจสลดคาแยกยูเทิร์นร้อยศพ เตือนภัยกลุ่มผู้สูงวัยขับขี่เสี่ยงดับพุ่ง
ปราจีนบุรี ระวังภัย สยองรถตู้ขยี้ จยย.พ่วงข้าง คุณตาวัย 74 ร่างกระเด็นนอนหายใจรวยริน ก่อนสิ้นใจสลดคาแยกยูเทิร์นร้อยศพ เตือนภัยกลุ่มผู้สูงวัยขับขี่เสี่ยงดับพุ่ง
ปราจีนบุรี – วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญรับอรุณ สถานที่เกิดเหตุบนถนนสายสุวรรณศร (ประจันตคาม – ปราจีนบุรี) หรือสาย 33 ถนน 4 ช่องการจราจร ฝั่งกบินทร์บุรีมุ่งหน้าประจันตคาม บริเวณจุดกลับรถ หมู่ 2 ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พ.ต.ท.โสภณ จีนะสุทธิ์ สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ประจันตคาม ได้รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู มีรถตู้ชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงรุดไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ในที่เกิดเหตุพบ รถตู้โดยสารธรรมดา ยี่ห้อ Toyota สีเขียว จอดนิ่งสนิทอยู่ข้างทาง ในสภาพหน้ารถฝั่งซ้ายพังยับเยิน ยุบฮวบเข้ามาหาตัวรถจากแรงกระแทก ห่างออกไปเล็กน้อย พบร่างของ นายบุญจันทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี นอนหมดสติแน่นิ่งอยู่ริมถนน สภาพร่างกายบอบช้ำรุนแรงจากการถูกกระแทกจนปลิวกระเด็นหลุดจากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจยื้อชีวิตในนาทีวิกฤต ท่ามกลางเสียงหายใจรวยรินและชีพจรที่อ่อนล้าเต็มที เลยไปริมไหล่ถนนพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อ Honda สีน้ำเงิน คู่ใจของคุณตา ถูกชนกระเด็นพลิกคว่ำไถลตกลงไปกองอยู่บริเวณไหล่ทาง สภาพพังเสียหายจากแรงชน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้ขับมาจากทาง อ.นาดี มุ่งหน้าเข้า อ.ประจันตคาม โดยขับตามหลังรถพ่วงข้างของคุณตาบุญจันทร์มาติดๆ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุบริเวณคำเจริญ ต.คำโตนด หมู่ 3 ก่อนถึงยูเทิร์น คุณตาได้พยายามเลี้ยวรถเพื่อจะกลับรถ ทำให้รถตู้ที่ตามมาข้างหลังด้วยความเร็วเบรกไม่ทัน พุ่งขยี้เข้าอย่างจังจนเกิดเหตุสลด ซึ่งคุณตาบุญจันทร์ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมแทบขาดใจของญาติพี่น้องที่มารับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคำภู
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ชาวบ้านในพื้นที่แห่เผยว่า บริเวณทางร่วม ทางแยก และจุดยูเทิร์นแห่งนี้เกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็น “จุดเสี่ยงตาย” ซ้ำซาก เนื่องจากรถทางตรงมักใช้ความเร็วสูงในการขับขี่ เมื่อมีรถมาชะลอเลี้ยวหรือตัดหน้ากระชั้นชิดมักจะเบรกไม่ทันและชนวินาศสันตะโรทุกราย
โดยแหล่งข่าวชาวบ้านได้เตือนภัยคนใช้รถใช้ถนนระบุว่า
• สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ต้องระมัดระวังเป็นทวีคูณ เนื่องจากทัศนวิสัยการมองเห็น การกะระยะรถ และการตอบสนองอาจช้าลงกว่าปกติ การกลับรถหรือข้ามเลนในทางขนาน 4 ช่องจราจรมีความเสี่ยงสูงมาก
• สำหรับผู้ร่วมทางคันอื่นๆ ขอความร่วมมือให้ช่วยกัน “ชะลอความเร็ว” ทันทีเมื่อเห็นผู้สูงอายุหรือรถจักรยานยนต์พ่วงข้างอยู่บนท้องถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียและโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก
ด้านคดีความ พ.ต.ท.โสภณ จีนะสุทธิ์ เจ้าของคดี ระบุว่าจะต้องสอบปากคำคนขับรถตู้ ตรวจสอบร่องรอยการชน และพยานแวดล้อมอย่างละเอียด หากพบว่าคนขับรถตู้ขับรถด้วยความเร็วสูง ประมาทเลินเล่อ และไม่ชะลอความเร็วในจุดกลับรถจนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายอาญาต่อไป
มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###

