ปราจีนบุรี สลด ทาสยาคลั่งเตะพ่อคาเปล! พ่อสุดทนคว้าฟืนหวดดับรันทด สังเวยทาสนรก รื้อหลังคาขายเกลี้ยง ห่วงยายวัย 70 อยู่ลำพัง!
ปราจีนบุรี สลด ทาสยาคลั่งเตะพ่อคาเปล! พ่อสุดทนคว้าฟืนหวดดับรันทด สังเวยทาสนรก รื้อหลังคาขายเกลี้ยง ห่วงยายวัย 70 อยู่ลำพัง!
ปราจีนบุรี – ระอุ! ศึกสายเลือดสุดสลด ลูกทรพีทาสยาบ้า เดินปรี่เตะหลังพ่อบังเกิดเกล้าคาเปลญวน ด่าคำหยาบขู่รีดเงินซื้อยา พ่อสุดทนอ้อนวอนไม่มีให้ ยิ่งด่ายับประเคนเท้าไม่หยุด พ่อกระเจิงคว้าดุ้นฟืนหุงข้าวหวดท้ายทอยเลือดอาบ สุดท้ายไปตาย รพ. พ่อรันทดยอมมอบตัวทั้งน้ำตา ห่วงแต่แม่เฒ่าวัย 70 ปีเศษจะไม่มีใครดูแล หลังบ้านโดนลูกทาสยารื้อหลังคาขายจนหมดเนื้อหมดตัว ตำรวจชี้เข้าข่าย “บันดาลโทสะ”
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี นายสมชาย แก้วดวงใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้เข้าควบคุมนำตัว นายไพศาล ประสานกก อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ต.(หญิง) พัชพร ดานุวงศ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.นาดี หลังจากก่อเหตุสลดใช้ไม้ฟืนตี นายบูรพา ประสานกก อายุ 30 ปี ลูกชายคนเล็กเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ย้อนรอยนาทีชีวิตสุดสลด นายไพศาล ผู้เป็นพ่อเปิดเผยด้วยใบหน้าอมทุกข์และคราบน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งกลับมาจากทำงานรับจ้างด้วยความเหน็ดเหนื่อย จึงล้มตัวลงนอนพักผ่อนบนเปลญวนหน้าบ้านปูนชั้นเดียวสภาพทรุดโทรม ทันใดนั้น นายบูรพา ลูกชายคนเล็กซึ่งมีพฤติกรรมติดยาเสพติดอย่างหนักจนหลอน ได้เดินปรี่เข้ามาหาตน พร้อมใช้เท้ากระหน่ำเตะเข้าที่กลางหลังของตนอย่างแรงหลายครั้ง ทั้งยังตะคอกใส่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย “มึง-กู” เพื่อบังคับเอาเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ ตนพยายามอธิบายว่าไม่มีเงินให้ แต่ลูกชายไม่ฟัง เดินไปนั่งกินข้าวหน้าประตูบ้านทั้งยังส่งเสียงด่าทอสาปแช่งไม่หยุด
ด้วยความกดดันสะสม ประกอบกับความโมโหที่ถูกลูกบังเกิดเกล้าทำร้ายและด่าทออย่างไร้ศีลธรรม นายไพศาลจึงฟิวส์ขาด เดินอ้อมไปหยิบไม้ฟืนสำหรับหุงข้าวที่วางอยู่หน้าบ้าน แล้วฟาดเข้าที่ท้ายทอยของลูกชายอย่างแรงหลายครั้งจนล้มฟุบ เลือดนองพื้น ก่อนที่ญาติจะรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย(อ.กบินทร์บุรี) นำส่งโรงพยาบาล แต่อาการสาหัสเกินเยียวยา ลูกชายทาสยาได้สิ้นใจอย่างสงบในเวลาประมาณ 20.00 น. ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี
คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นอุทาหรณ์ศึกสายเลือด แต่ยังสะท้อนถึงภัยร้ายของยาเสพติดที่กลืนกินครอบครัวจนพังพินาศ โดยนายไพศาลเล่าถึงความทุกข์ทรมานที่ผ่านมาว่า ลูกชายคนนี้หากไม่มีเงินซื้อยาเสพติด จะคุ้มคลั่งและแอบรื้อสังกะสีหลังคาบ้านไปขายจนเกือบหมด ปัจจุบันครอบครัวต้องอยู่อย่างมืดมิดไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งที่ตนกังวลที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องคุกตาราง แต่คือความเป็นอยู่ของแม่เฒ่าอายุเก่าแก่กว่า 70 ปี (ย่าของผู้ตาย) ที่ชราภาพมากแล้ว หากตนถูกจับดำเนินคดี ยายเฒ่าจะต้องถูกทิ้งให้อยู่ในบ้านที่ไร้หลังคาและไร้ไฟฟ้าเพียงลำพัง

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.นาดี เปิดเผยเบื้องต้นว่า จากการสอบสวนพฤติการณ์แห่งคดี ถือเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง ทว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่าย “บันดาลโทสะ” เนื่องจากผู้ตายได้ด่าทอ ข่มขู่ และลงมือทำร้ายร่างกายผู้เป็นพ่อก่อนอย่างรุนแรง เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยจะส่งฟ้องและให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการลดหย่อนโทษตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี#
##
