นนทบุรี ต่อข่าว ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก “ตูนภาคใต้”และลูกเขย เตรียมขยายผลเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการ
นนทบุรี ต่อข่าว ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก “ตูนภาคใต้”และลูกเขย เตรียมขยายผลเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการ
จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย. 69 ต่อเนื่องถึงช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ นำโดย พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายไกรศรี (สงวนนามสกุล) หรือ “ตูน” อายุ 43 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช และ นายซิด (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกเขย ได้บริเวณหน้าไทยวัสดุ ทางลงทางด่วนศรีรัช อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมของกลางยาไอซ์บรรจุในถุงชากวนอิม ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องหม่าล่า รวม 5 กิโลกรัม หลังทั้งสองขับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ หลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเกิดการไล่ล่าระทึก มีรถตำรวจได้รับความเสียหายและตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (29 มิ.ย. 69) เวลา 13.00 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามออกตรวจพื้นที่ตามปกติ และพบรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันร้าง ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ควรมีรถเข้าไปจอด เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงเข้าไปเพื่อตรวจสอบ แต่ทันทีที่ผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีออกไปทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามอย่างกระชั้นชิด
ระหว่างการติดตาม เจ้าหน้าที่ใช้ทั้งรถจักรยานยนต์สายตรวจและรถตู้สายตรวจไล่ล่าผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาได้ขับรถขึ้นทางด่วนและพยายามหลบหนีอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังโยนของกลางทิ้งเป็นระยะตลอดเส้นทาง โดยกล้องติดตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด
ต่อมาเมื่อมาถึงบริเวณจุดลงทางด่วนศรีรัช หน้าไทยวัสดุ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้รถตู้เข้าสกัดด้านหน้า ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย แต่ผู้ต้องหายังฝืนขับรถต่อไปอีกประมาณ 10 เมตร ก่อนจะยอมจำนนและถูกควบคุมตัวได้ทั้งสองราย
พ.ต.อ.พฤฒ กล่าวว่า อาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ไม่สาหัส ส่วนประวัติของผู้ต้องหาทั้งสองรายอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นทราบว่าเป็นพ่อตาและลูกเขย มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งขยายผลและตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเอง แต่ยังไม่ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ว่าจ้างหรือเครือข่าย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถติดตามเก็บของกลางที่ผู้ต้องหาโยนทิ้งระหว่างหลบหนีได้ครบทั้งหมด โดยเมื่อคืนตรวจยึดยาไอซ์ได้ 5 กิโลกรัม และในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้กลับไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพิ่มเติม ก่อนพบยาไอซ์อีก 1 กิโลกรัม ทำให้ของกลางที่ตรวจยึดได้รวมทั้งสิ้น 6 กิโลกรัม ซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องบะหมี่ประเทศจีนเพื่ออำพรางการขนส่ง
พ.ต.อ.พฤฒ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษเพื่อจำหน่าย, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงของเครือข่าย รวมถึงผู้ร่วมขบวนการ หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด หรือพบการกระทำความผิดเพิ่มเติม ก็จะดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมทั้งหมด โดยคดีนี้เป็นการจับกุมจากการพบเหตุซึ่งหน้า ไม่ได้มีการสืบสวนติดตามมาก่อน และจากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นทะเบียนจริง ไม่ใช่รถสวมทะเบียนแต่อย่างใด

สำหรับ นายไกรศรี (สงวนนามสกุล) หรือ “ตูน” อายุ 43 ปี และ นายซิด (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 20 ปี พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรีในวันพรุ่งนี้ พร้อมเดินหน้าขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ จ.ส.ต.พงศ์อนันต์ พงศ์ประศาสน์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าและฝ่ายป้องกันและปราบปรามได้ออกตรวจตามปกติ กระทั่งพบรถต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณปั๊มล้างรถ จึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าเข้าไปเพื่อขอตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนี
จากนั้น ตนซึ่งกำลังออกตรวจโดยนั่งอยู่ภายในรถตู้ ได้รับแจ้งข้อมูลจึงร่วมไล่ติดตามไปตามเส้นทาง จนกระทั่งเหตุการณ์เป็นไปตามคลิป โดยจังหวะที่รถตำรวจขับปาดหน้าเพื่อให้ผู้ต้องหาหยุดรถนั้น ผู้ต้องหาไม่ยอมหยุด และขับพุ่งชนรถตำรวจ ทำให้รถเสียหลักสะบัด ขณะที่ตนกำลังจะเปิดประตูลงจากรถเพื่อใช้อาวุธปืนยิงยางรถผู้ต้องหา จึงเสียหลักล้มลงกับพื้น ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าและแขนซ้ายซ้น แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่ได้แขนหักแต่อย่างใด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
