บทวิเคราะห์ข้อมูลผลการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ กรีดเลือดป่ามรดกโลก แผนเฉือน “ทับลาน” สะเทือนใจคนรักป่า พื้นที่นับแสนไร่จ่อหลุดมือหรือไม่
บทวิเคราะห์ข้อมูลผลการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ กรีดเลือดป่ามรดกโลก แผนเฉือน “ทับลาน” สะเทือนใจคนรักป่า พื้นที่นับแสนไร่จ่อหลุดมือหรือไม่
เสียงตะโกนจากผืนป่าทับลานกำลังดังระงม! เมื่อแผนการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติ ครม. 14 มีนาคม 2566 กำลังกลายเป็นชนวนเหตุครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนหัวใจคนรักธรรมชาติและสัตว์ป่าทั่วประเทศ วิเคราะห์จากภาพแผนที่ที่ปรากฏในไฟล์ “อุทยานแห่งชาติทับลาน ” แสดงให้เห็นภาพการแบ่งพื้นที่ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งอาจเปลี่ยนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์รอยต่อจังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมาไปตลอดกาล
ตามเอกสารแนวทางการแก้ไขปัญหา อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา วิเคราะห์จากข้อมูล พบว่ามีการจำแนกพื้นที่ออกเป็นกลุ่มต่างๆ ที่จ่อคิวถูก “เพิกถอน” ออกจากความเป็นอุทยานแห่งชาติ:
• กลุ่มที่ 1 (พื้นที่สีเหลือง): พื้นที่ทับซ้อน ส.ป.ก. กว่า 53,416.47 ไร่ ที่มีแนวทางให้เพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ
• กลุ่มที่ 2 (พื้นที่สีขาวคาดเหลือง): โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี เนื้อที่ 8,328 ไร่ ที่จ่อถูกเพิกถอนเช่นกัน
• กลุ่มที่ 3 (พื้นที่สีส้ม): พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) เนื้อที่มหาศาลถึง 87,500 ไร่ ที่เตรียมเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก.
• กลุ่มที่ 5 (พื้นที่สีขาวคาดแดง): ที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ 6,621 ไร่
ขณะที่พื้นที่กลุ่มที่ 4 (สีชมพู) ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 109,420.99 ไร่ ถูกเสนอให้คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติและใช้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562 ในการพิสูจน์สิทธิ แทนการเพิกถอน เพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้างต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ นักอนุรักษ์ต่างตั้งคำถามว่า “ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ จะเหลือพื้นที่สำหรับสัตว์ป่าอีกเท่าไหร่?”
จากข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีแปลงคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่กลุ่มที่ 1-5 รวมแล้วถึง 552 แปลง (555 คดี) ครอบคลุมพื้นที่ 12,527 ไร่ ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการบุกรุกเกิดขึ้นจริง และเป็นข้อบ่งชี้ว่าหากรัฐบาลถอยหลังลงคลองด้วยการเพิกถอนพื้นที่เหล่านี้ จะเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้บุกรุกได้ใจหรือไม่?
5 ข้อเรียกร้องคืนความยุติธรรมให้ธรรมชาติ
เพื่อให้มั่นใจว่าผืนป่าจะไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ มีข้อเสนอที่สำคัญ ดังนี้:
1. รักษาพื้นที่ป่าสมบูรณ์: พื้นที่ที่ไม่มีบุคคลครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถูกรักษาไว้เป็นป่าชุมชนหรือพื้นที่สาธารณประโยชน์
2. ทบทวนมติ ครม.: ขอให้ สคทช. นำเรื่องเสนอ ครม. เพื่อโปรดพิจารณาทบทวนมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 อีกครั้ง
3. คุมเข้มผลกระทบสิ่งแวดล้อม: กำชับให้ราษฎรในพื้นที่แนวกันชน (Buffer Zone) ต้องคำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
4. เอาผิดคดีเก่า: บรรดาคดีที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขต ต้องให้ ส.ป.ก. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
5. ไม่รับรองสิทธิผู้ทำผิด: พื้นที่กลุ่มที่ 1, 2 และ 3 ที่เตรียมเพิกถอน “ต้องไม่รับรองสิทธิ” ให้กับรายที่ถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด!
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยทั้งชาติจะรวมพลังปกป้อง “ทับลาน” มรดกโลกของทุกคน ก่อนที่ผืนป่าจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในตำนาน! …………คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการที่พื้นที่มรดกโลกกำลังถูกปรับเปลี่ยนแนวเขตแบบนี้?…….




