วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 11, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี ลุงป่วยอัมพฤกษ์เจอหมอกำมะลอหลอกรักษาหมดเงินหลายหมื่น ช้ำหนักเจอจ่ายยาหมดประจำเดือนให้กิน

นนทบุรี ลุงป่วยอัมพฤกษ์เจอหมอกำมะลอหลอกรักษาหมดเงินหลายหมื่น ช้ำหนักเจอจ่ายยาหมดประจำเดือนให้กิน

 

วันที่ 10 มิถุนายน 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก นายธวิช “หรือลุงวิช” อนุศาสนี อายุ 65 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวา หลังตนเองถูก ชายอ้างเป็นแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏ แต่เกษียณแล้วเคยผ่าตัด รักษาคนไข้มา นับครั้งไม่ถ้วน และสามารถรักษาให้ตนเองหายป่วยจากอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกได้ โดยวิธีการนวด จับเส้น เพราะเขามีความรู้ด้านแพทย์แผนไทยอีกด้วย โดยคิดค่ารักษาครั้งละ 500 บาท มารักษาตนได้ทุกวันหรือวันเว้นวันแล้วแต่ หมอต้อม จะว่าง

ลุงวิช เล่าด้วยความเจ็บช้ำใจถึงที่มาว่า ตนได้พบข้อมูลในเฟซที่มีการโพสต์ว่า มีหมอคนหนึ่งสามารถรักษาอาการ อัมพฤกษ์ได้ ชื่อ”หมอต้อม” จึงได้ทักติดต่อไป เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 69 เพื่อมาให้ทำการรักษาตนเองถึงที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ โดยชายดังกล่าวได้แนะนำกับตนเองว่า เขาชื่อนายแพทย์ณัฐพล มาลัยทัศน์ เคยประจำอยู่โรงพยาบาลพระมงกุฎเป็นหมอใหญ่ผ่านการผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วน และยังมีความรู้ในด้านแพทย์แผนไทยอีกด้วย สามารถรักษาอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกของตนด้านขวาให้หายได้ โดยวิธีการใช้เครื่องนวดไฟฟ้ากระตุ้น รวมทั้งจ่ายยาให้กิน

ตนเองหลงเชื่อใจจนสนิท เพราะคิดว่า หมอต้อม จะสามารถทำให้ตนหายป่วยจากอาการอัมพฤกษ์ จึงตอบตกลงให้เขารักษา อยู่นานกว่า 2 เดือนหมดเงินไปหลายหมื่นบาท แต่อาการกลับ ไม่ดีขึ้นมีแต่จะแย่ลงๆ ซ้ำร้ายหนักกว่านั้นระหว่างที่เขากำลังนวดให้ตนอยู่ในบ้าน อาศัยจังหวะที่ตนเผลอ หยิบเงินสดในกระเป๋าสะพายที่แขวนอยู่กับผนัง ไปจำนวน 10,000 บาท ตนมา

ทราบทีหลังก็รู้สึกโกรธและโมโห จึงไปแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ในข้อหา ลักทรัพย์และหลอกลวง แต่คดียังนิ่งและไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้ผู้สื่อข่าว เป็นก็บอกเสียงในเรื่องนี้ด้วย

ลุงวิช ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ตนได้โทรไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเพื่อสอบถามว่าเคยมีชื่อ นายแพทย์ณัฐพล หริอหมอต้อมมาลัยทัศน์ ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้หรือไม่ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่เคยมีชื่อนี้อยู่ในทำเนียบของหมอที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเลยจึงรู้ว่าถูกหลอกแน่นอน ตนพยายาม ทวงเงินที่เขาลักไป 10,000 แต่เขาก็ใช้วิธีไม้รับสายๆ จนบล๊อคเบอร์มือถือตนเองไม่สามารถติดต่อได้จนถึงทุกวันนี้ ที่โชคร้ายเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็คือ ตนได้เดินทางไปรักษาอาการต่อที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จนอาการดีขึ้นตามลำดับ และได้นำยาที่หมอต้อมให้ตนเองไปให้คุณหมอที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า รวมทั้งเภสัชกรที่ร้านขายยาดู ก็แทบตกใจล้มทั้งยืน เพราะทางหมอโรงพยาบาลและเภสัชกรแจ้งตนมาว่า ยาที่ตนกินอยู่ทุกวันนี้ เป็นยาแก้ปวดสำหรับไว้ให้สตรีกินเวลาหมดประจำเดือน และสั่งไม่ให้ตนกินต่อ ทำให้ตนรู้สึกโมโหและเจ็บปวดมากที่ถูกหมอต้อม หลอกทุกอย่าง ตนแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่คดีดียังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวให้ช่วย ลุงวิช กล่าว