วันอังคาร, มิถุนายน 9, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี คืบหน้า โจรกระชากสร้อยอาม่าวัย 75 ปี เปิดใจนาทีระทึก ถูกผลักล้มหัวแตกเลือดอาบ หลังคนร้ายอ้าง “มึงด่าเมียกู” ก่อนชิงสร้อยหนี

นนทบุรี คืบหน้า โจรกระชากสร้อยอาม่าวัย 75 ปี เปิดใจนาทีระทึก ถูกผลักล้มหัวแตกเลือดอาบ หลังคนร้ายอ้าง “มึงด่าเมียกู” ก่อนชิงสร้อยหนี

 

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้(8 มิ.ย.69) เวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดใจจาก นางยุพา ลือบางใหญ่ หรือ “ป้าเช็ง” อายุ 75 ปี ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ โดยเปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันเกิดเหตุตนกำลังจะออกมาใส่บาตรทำบุญบริเวณหน้าบ้าน จู่ ๆ คนร้ายได้เข้ามาพูดกับตนว่า “มึงด่าเมียกู” ตนจึงตอบกลับไปว่าไม่ได้ด่าใคร และไม่รู้จักเขามาก่อน

 

หลังจากนั้นคนร้ายได้เข้ามาผลักตนจนล้มลง ก่อนจะกระชากสร้อยคอนากที่สวมอยู่และหยิบกระเป๋าไปด้วย ขณะที่ลูกสาวได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งออกมาร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้ ส่วนตนในขณะนั้นนอนอยู่หน้าบ้าน มีบาดแผลที่ศีรษะและเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

 

ป้าเช็ง ยืนยันว่าไม่เคยด่าหรือมีเรื่องกับใครมาก่อน และไม่เคยเห็นหน้าคนร้าย เนื่องจากสวมหมวกกันน็อกก่อเหตุ อีกทั้งไม่คุ้นเสียงและไม่เชื่อว่าเป็นคนรู้จัก ส่วนทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายชิงไปคือสร้อยคอนากน้ำหนัก 1 บาท มูลค่าประมาณ 30,000-40,000 บาท โดยยอมรับว่าไม่ได้เสียดายทรัพย์สินเท่ากับความเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกาย

 

ป้าเช็ง ยังกล่าวขอบคุณพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยเหลือในวันเกิดเหตุ โดยเชื่อว่าหากไม่ได้ทั้ง 2 สาวใจเด็ดเข้ามาช่วย คนร้ายอาจไม่พลาดล้มถึง 2 ครั้ง และอาจหลบหนีไปได้ง่ายกว่านี้

 

สำหรับอาการบาดเจ็บ ขณะนี้แพทย์ได้ทำการเอกซเรย์และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1 คืน เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีอาการมึนศีรษะและพักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากยังรู้สึกหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตลอดชีวิตไม่เคยประสบเหตุร้ายลักษณะนี้มาก่อน

 

ป้าเช็ง กล่าวอีกว่า หลังจากนี้คงต้องงดออกไปทำบุญตามปกติสักระยะหนึ่งเพื่อพักฟื้นร่างกาย และจะไม่สวมใส่เครื่องประดับหรือของมีค่าออกนอกบ้านอีก โดยถือว่าโชคดีที่ในวันเกิดเหตุไม่ได้สวมแหวนทองอีกวงที่มีอยู่ ไม่เช่นนั้นอาจถูกคนร้ายเอาไปด้วย

ท้ายที่สุดป้าเซ็งฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว และขอให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับผู้อื่นอีก