วันอังคาร, มิถุนายน 9, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี ต่อข่าว วงจรปิดเพิ่ม 3 สาวใจเด็ดรัวหมัดสู้โจรกระชากสร้อยอาม่าวัย 75 ปี เจ็บเลือดอาบคอ คนร้ายชักมีดขู่ก่อนซิ่งหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

นนทบุรี ต่อข่าว วงจรปิดเพิ่ม 3 สาวใจเด็ดรัวหมัดสู้โจรกระชากสร้อยอาม่าวัย 75 ปี เจ็บเลือดอาบคอ คนร้ายชักมีดขู่ก่อนซิ่งหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อยคอนากหนัก 3 บาท ของนางเช็ง อายุ 75 ปี ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีเลือดออกบริเวณลำคอและศีรษะ ก่อนที่ลูกสาวจะนำตัวส่งโรงพยาบาลบางบัวทองเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเพียงรอยเลือดและรองเท้าแตะตกอยู่ ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมของคนร้าย ซึ่งเป็นชายรูปร่างท้วม ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน วนเวียนอยู่หน้าบ้านผู้เสียหายประมาณ 2-3 รอบ ก่อนตัดสินใจจอดรถและวิ่งเข้าไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอถึงภายในบ้าน

 

ระหว่างเกิดเหตุมีพลเมืองดี 2 แม่ลูกที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ประกอบกับลูกสาวของผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบเข้าช่วยเหลือทันที โดยทั้งสองแม่ลูกและลูกสาวของผู้เสียหายได้เข้าขัดขวางและชกต่อยคนร้ายอย่างไม่ยั้ง จนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายล้มลง แต่คนร้ายกลับชักมีดออกมาข่มขู่ว่าจะแทง ทำให้ทุกคนต้องถอยหนีด้วยความตกใจ ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยจังหวะดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

 

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่านางเช็งไม่ได้อยู่บ้าน เนื่องจากเดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล

 

ด้านนายพิทักษ์ อยู่สุข นายกเทศมนตรีเมืองบางรักพัฒนา พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ โดยระบุว่า เหตุลักษณะนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในพื้นที่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่าพฤติกรรมของคนร้ายดูไม่เหมือนมืออาชีพ พร้อมยืนยันว่าเทศบาลมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยปัจจุบันมีกล้องวงจรปิดในความดูแลกว่า 300 ตัว และในปี 2569 มีแผนติดตั้งเพิ่มอีก 100 ตัว นอกจากนี้ยังได้มอบรหัสเข้าถึงระบบกล้องให้ฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง สามารถตรวจสอบภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการติดตามจับกุมคนร้าย เชื่อมั่นว่าตำรวจจะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ พร้อมฝากถึงผู้ก่อเหตุให้เข้ามอบตัว

 

ขณะที่ น.ส.พิชาธร สรรพนา อายุ 29 ปี และนางสาวพัชราภรณ์ สรรพนา อายุ 47 ปี สองแม่ลูกพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกับอาม่ามาก่อน โดยขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อกับข้าว ได้ยินเสียงลูกสาวของอาม่าร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกโจรขโมย จึงรีบจอดรถและวิ่งเข้าไปช่วยทันที

 

น.ส.พิชาธรเล่าว่า ตนใช้หมัดซ้ายชกเข้าที่เบ้าตาคนร้ายประมาณ 3 หมัด ขณะที่แม่ก็เข้ามาช่วยอีกแรง ยอมรับว่าขณะนั้นไม่รู้สึกกลัว และไม่ทราบว่าคนร้ายมีอาวุธหรือไม่ คิดเพียงว่าจะต้องช่วยอาม่าให้ได้ โดยหลังถูกชก คนร้ายได้ตะโกนขู่ว่า “กูจะฆ่ามึง” ก่อนที่ตนจะพยายามเข้าไปซ้ำ แต่แม่สังเกตเห็นคนร้ายกำลังชักมีดลักษณะคล้ายมีดทำครัวออกมา จึงตะโกนเตือนให้ถอยออกมา

 

หลังจากนั้นคนร้ายพยายามขี่รถหลบหนี แต่เสียหลักชนขอบทางจนรถล้มอีกครั้ง ทำให้พวกตนตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม คนร้ายยังสามารถหลบหนีไปได้

 

พลเมืองดีสาวรายนี้ยังบอกอีกว่า คนร้ายมีรูปร่างท้วม อายุประมาณ 50 ปี พูดภาษากลางปกติ และเชื่อว่าไม่น่าใช่คนในพื้นที่ เนื่องจากคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ทราบดีว่าตำบลบางรักพัฒนามีกล้องวงจรปิดของเทศบาลติดตั้งอยู่จำนวนมาก จึงไม่น่ากล้าก่อเหตุ

 

ส่วนอาการของอาม่าในวันเกิดเหตุ มีเลือดไหลออกจากบริเวณลำคอเป็นจำนวนมาก ทำให้ตนรู้สึกโมโหและตั้งใจจะช่วยเอาสร้อยคืนมาให้ได้ พร้อมยอมรับว่าที่ไม่กลัวเพราะสมัยเด็กเคยมีประสบการณ์ชกต่อยกับผู้ชายอยู่บ่อยครั้ง หากเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกก็พร้อมจะเข้าช่วยเหลือเหมือนเดิม แต่จะระมัดระวังตัวมากขึ้น ส่วนตนและแม่ไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอาการระบมที่มือซ้ายเล็กน้อยจากการชกเข้าที่ใบหน้าคนร้าย โดยยอมรับว่าขณะนั้นคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องจัดการคนร้ายให้หยุดก่อเหตุ และเชื่อว่าหากคนร้ายไม่ชักมีดออกมา ตนกับแม่น่าจะสามารถช่วยกันควบคุมตัวเอาไว้ได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าคดีกับทางด้านพ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.บางบัวทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งไล่กล้องวงจรปิดเบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนในพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่ทราบตัวคนร้ายว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย