วันอังคาร, มิถุนายน 9, 2026
ในประเทศ

นนทบุรี สาวขับแก๊ปร้องมูลนิธิดัง อดีตสามีกีดกันไม่ให้พบลูกชาย นานกว่า 1 ปี วอนขอความเห็นใจผู้เป็นแม่ที่อุ้มท้องมา

นนทบุรี สาวขับแก๊ปร้องมูลนิธิดัง อดีตสามีกีดกันไม่ให้พบลูกชาย นานกว่า 1 ปี วอนขอความเห็นใจผู้เป็นแม่ที่อุ้มท้องมา

 

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทุนคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี น.ส.ธนภมน หรือน้ำตาล อายุ 36 ปี นำหลักฐานเอกสารต่างๆเข้าร้องเรียนกับ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิหลังตนเองถูกอดีตสามี กีดกันไม่ให้พบลูกชาย วัย 6 ขวบ มานาน 1 ปี 1 เดือน 1 วันทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะไม่ได้เจอหน้าลูกชายมานานแล้ว

น.ส. น้ำตาล เล่าด้วยความข่มขืนใจในฐานะผู้เป็นแม่ว่า ตนอยู่กินกับนายวิทวัส อายุ 30 ปี มานานกว่า 3 ปี จนมีบุตรชายเป็นพยานรักด้วยกัน 1 คนชื่อ “น้องวาโย”อายุ 6 ขวบ ระหว่างอยู่กินใช้ชีวิตร่วมกัน เราทั้งสองคนมีปัญหาเข้ากันไม่ได้ จึงได้ขอจดทะเบียนหย่าแยกทางกันไป จนกระทั่งต่อมาอดีตสามีได้มาเอาลูกชายไป และไม่ยอมส่งคืนให้กับตนเองจนมีเรื่องฟ้องร้องกันที่ศาลในเรื่องของการใช้สิทธิ์ ดูแลน้องวาโย แต่สามีกลับเห็นแก่ตัวมารับน้องไปแล้วไม่คืนให้กับตนในฐานะผู้เป็นแม่ ซึ่งควรให้น้องอยู่ในความดูแลทั้งพ่อและแม่สลับกัน

น.ส.น้ำตาล เล่าต่อด้วยเสียงสะอื้นว่า ทางอดีตสามีกีดกันตนทุกช่องทาง ตอนไปหาลูกก็แจ้งตำรวจว่าบุกรุก แม้กระทั่งวันเกิดลูกจะฝากของขวัญเขาก็ไม่ให้รับ ปี 2565 พ่อและแม่อดีตสามีมาขอร้องให้ตนจดทะเบียนหย่าโดยอ้างว่าครอบครัวถูกฟ้องล้มละลายและกำลังจะถูกยึดทรัพย์จากนั้นได้โอนที่ดินให้ตนแปลงหนึ่งโดยฝากไว้ก่อนแล้วมาขอคืนไปในตอนหลัง หลังหย่าสิทธิ์ในการเลี้ยงลูกตนเป็นคนดูแลร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อมาสามีมาตื้อและขอให้จดทะเบียนใหม่โดยหลอกตนว่ามีหุ้นอยู่ในบริษัทถ้าเขาตายไปหุ้นทุกอย่างจะตกเป็นของลูกเราต้องจดทะเบียนสมรสกันใหม่แล้วค่อยหย่าอีกทีโดยให้ตนเซ็นอำนาจการปกครองลูกให้เขาคนเดียวทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็จะตกเป็นของลูกหากเขาไม่อยู่แล้วด้วยความที่ตนเป็นคนรักลูกอยากให้ลูก จึงไว้ใจในคำพูด เพราะตนเชื่อคนง่ายไม่รู้กฎหมายจึงเป็นเหตุให้ตนถูกกีดกันไม่ได้พบลูกมา 1 ปี 1 เดือน 1 วัน ทุกวันนี้ตนซ่ามาว่าลูกชายไม่ได้เรียนหนังสืออีกด้วยก็อยากให้เขาได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ นางสาวน้ำตาลกล่าวทั้งน้ำตา

ด้านทนายรณณรงค์กล่าวว่า ถือเป็นประเด็นหักเหลี่ยมเฉือนคมทางกฎหมาย คนเป็นผัวเมียเป็นพ่อแม่ยิ่งต้องรู้เรื่องนี้ ตนให้ความเห็นทางกฎหมาย คือ ประการแรกหย่ากันแล้ว 2 คนทำไมอดีตสามีต้องพยายามให้เธอจดทะเบียนสมรสใหม่ ในตอนหย่าครั้งแรกด้วยกันมีการตกลงกันให้ฝ่ายหญิงดูแลลูก 100% ผู้ชายไม่มีสิทธิ์ ต่อมาผ่านไปหลายเดือนฝ่ายชายคงไปปรึกษาใครมาไม่รู้จึงคิดได้เลยคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้คงไม่เจอลูกไม่มีสิทธิ์ปกครองลูก ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์หมายถึงการกำหนดโรงเรียน การกำหนดบ้านพักอาศัยการกำหนดให้ช่วยงานบ้านช่วยงานมากช่วยงานน้อยตามฐานะของผู้ปกครอง นี่คืออำนาจปกครองบุตรซึ่งสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนไหนให้ลูกอยู่บ้านใครนี่คืออำนาจการปกครองบุตร ซึ่งวันนี้หลังเขาจดทะเบียนสมรสรอบ 2 ผ่านไปไม่กี่เดือนก็ถูกบอกให้หย่าโดยฝ่ายหญิงเข้าใจว่ายกอำนาจให้ฝ่ายชายลูกจะได้รับมรดก ต่อมาก็ถูกปิดกั้นไม่ให้เจอลูกเพราะฝ่ายหญิงถูกหลอกให้เซ็นสลักหลังยกอำนาจการปกครองลูกให้ฝ่ายชายไปแล้ว ณ.วันนี้ใครเสียเปรียบ ก็ต้องเป็นฝ่ายหญิงแน่นอนเรื่องนี้ตนไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดหรอกเพราะตนฟังความเพียงฝ่ายหญิงด้านเดียว ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องมาคุยกัน เรื่องที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะต้องรักษาอาการ ตนเชื่อว่าทุกคนรักลูกแต่อยากให้ฝ่ายชายกำหนดมาว่าจะหาทางออกยังไงกฎหมายทุกฉบับคำนึงถึงเด็กเป็นหลักอยากให้มาพูดคุยหาทางออกเจรจากันจะดีกว่า เพราะเชื่อว่าทั้งพ่อและแม่ก็รักลูกไม่ น้อยไปกว่ากัน

: เบลอหน้าผู้เสียหายด้วยครับ :