แก๊งต่างชาติหลอกขายสมุนไพรพัทยายังอาละวาด เหยื่อนักท่องเที่ยวอินเดียสูญเงินกว่า 1.2 หมื่นบาท วอนตำรวจเอาจริง ไม่จบแค่คืนเงิน
ปัญหาแก๊งต่างชาติหลอกขายยาสมุนไพรในพื้นที่เมืองพัทยายังคงกลับมาระบาดซ้ำซาก สร้างความเสียหายให้กับนักท่องเที่ยวและกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียตกเป็นเหยื่อ สูญเงินกว่า 12,000 บาท ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
เมื่อเวลา 23.19 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวอินเดียซึ่งเป็นสามีภรรยา เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกหลอกให้ซื้อยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์อ้างสรรพคุณลดความอ้วน จนสูญเงินเป็นจำนวน 12,160 บาท
นายโมฮัมหมัด ซาเฟียร์ ข่าน อายุ 30 ปี สัญชาติอินเดีย พร้อมภรรยา ได้นำขวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ซื้อมาแสดงต่อผู้สื่อข่าว โดยให้ข้อมูลผ่านล่ามแปลภาษาอินเดีย (ซึ่งขอสงวนการเปิดเผยใบหน้าเนื่องจากเกรงผลกระทบด้านความปลอดภัย)
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ขณะกำลังเดินเล่นชมบรรยากาศริมชายหาดพัทยาในช่วงกลางคืน ได้มีชายชาวต่างชาติ ลักษณะคล้ายชาวปากีสถาน เข้ามาตีสนิทและชักชวนพูดคุย ก่อนเสนอขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ในราคาย่อมเยา
อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกพาเข้าไปภายในร้านและมีการพูดคุยต่อรองสินค้า กลับพบว่าต้องชำระเงินรวมกว่า 12,160 บาท ซึ่งสูงกว่าที่เข้าใจในตอนแรกอย่างมาก ผู้เสียหายระบุว่ารู้สึกไม่ต้องการซื้อสินค้าเนื่องจากเห็นว่าราคาสูงเกินจริง แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลภายในร้านหลายคนกดดันและข่มขู่ให้ชำระเงิน
“ผมพยายามปฏิเสธแล้ว แต่ทางร้านไม่ยอม และบอกให้จ่ายเงินไปก่อน โดยอ้างว่าจะคืนเงินให้ภายหลัง” ผู้เสียหายกล่าว
ภายหลังเมื่อเชื่อว่าไม่น่าจะได้รับเงินคืน ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานและขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายสมุนไพรชื่อ “THAI ORGANIC WORLD” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยของโครงการแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ ถนนพัทยาสาย 2 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยร้านดังกล่าวเคยตกเป็นข่าวและถูกร้องเรียนหลายครั้งในลักษณะพฤติการณ์คล้ายกัน ทั้งกรณีหลอกขายสมุนไพร ยาลดความอ้วน และผลิตภัณฑ์อ้างสรรพคุณต่าง ๆ ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียและชาวยุโรป
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าร้านปิดให้บริการไปแล้วในช่วงเวลาที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งข้อมูลให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินการตรวจสอบและติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ปัญหาการหลอกขายสมุนไพรให้แก่นักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นพฤติกรรมที่ถูกร้องเรียนและนำเสนอผ่านสื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยมักใช้วิธีเข้าหานักท่องเที่ยวต่างชาติ ตีสนิท ชักชวนเข้าร้าน ก่อนเสนอขายผลิตภัณฑ์ในราคาสูงเกินจริง หรือมีการอ้างสรรพคุณเกินข้อเท็จจริง
ที่ผ่านมาหลายกรณีมักจบลงเพียงการเจรจาคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงสามารถกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยยอมรับเงื่อนไขการคืนเงิน แม้จะถูกหักค่าใช้จ่ายบางส่วน เนื่องจากไม่ต้องการเสียเวลาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เด็ดขาด และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแล ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตรงไปตรงมา และต่อเนื่อง เพื่อขจัดขบวนการหลอกลวงนักท่องเที่ยวให้หมดไปจากเมืองพัทยา และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติให้กลับมาได้รับความเชื่อมั่นอีกครั้ง
///สมพร อุทัยเนตร รายงานข่าว พัทยา ชลบุรี







