ราชทัณฑ์แจง ความคืบหน้าการรับตัวและอาการป่วยฉุกเฉินของผู้ต้องขังชาวจีน คดีอาวุธปืน ฉบับที่ 2
วันที่ 13 พ.ค. 69 กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์กรณีผู้ต้องขังชาวจีนนายหมิงเฉิน ที่ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ฉบับที่2 ว่า ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้แจ้งรายละเอียดการรับตัวและอาการป่วยฉุกเฉินของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ31 ปี(สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เกิดอาการป่วยฉุกเฉิน
และเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ โรงพยาบาลภายนอก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนให้ทราบว่า แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์เมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ถึงโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569)แพทย์ได้ทำการรักษาเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และ ทำ CT ที่สมอง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น
แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดแพทย์ได้ทำการใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหารโดยพบของเหลวสีฟ้า และได้ทำการฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น
อาการล่าสุดโดยรวม ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569ผู้ต้องขังรู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจกลุ่มสาร alcohol ,Benzodiazepine ,ยาฆ่าแมลง เป็นต้น คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ กรณีแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด คาดว่านายหมิงเฉิน ซัน ได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดมาก่อนที่จะถูกส่งตัวมาควบคุม ณ เรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากขณะเกิดอาการอยู่ระหว่างกระบวนการรับตัวภายในเรือนจำเพียง
2 ชั่วโมงก่อนส่งรักษาโรงพยาบาลภายนอก ประกอบกับเรือนจำมีมาตรการห้ามนำยารักษาโรคทุกชนิดเข้าสู่ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำเท่านั้น
กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัวขั้นสูงสุด โดยจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2
ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม และการรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมและสากลทุกประการ









