รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผย เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานประกอบการเกาะพะงัน พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก พร้อมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ และรองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งแก้ไขปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้
จากการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรเกาะพะงัน และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการของบริษัท อาร์กิ คิดส์ จำกัด ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเปิดดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็กและมีบริการสนามเด็กเล่น
ผลการตรวจสอบเอกสารพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวได้รับอนุญาตจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ดูแลเด็กอายุระหว่าง 2–5 ปี จำนวน 18 คน แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับพบเด็กและเยาวชนสัญชาติอิสราเอลจำนวนถึง 89 คน อายุระหว่าง 2–12 ปี ซึ่งเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 40 คน โดยมีบางส่วนพยายามวิ่งหลบหนี รวมถึงแรงงานสัญชาติอื่นอีก 12 คน โดยสามารถแยกการกระทำความผิดและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้รวม 9 ราย ในข้อหาที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาต การไม่แจ้งการจ้างงานต่อนายทะเบียน การประกอบกิจการสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และการจัดตั้งสถานศึกษาเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดของแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 22 อย่างเคร่งครัด ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รอง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการประกอบกิจการของชาวต่างชาติในลักษณะที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 4 ยืนยันจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมในพื้นที่…








