ปทุมธานี สาวร้องถูกมิจฉาชีพซ้อนแผนทำทีซื้อเงินแท่ง 2 กิโลกรัมก่อนส่งไรเดอร์รับพัสดุไปจากร้านสูญเกือบสองแสนบาท
วันนี้ 30 เมษายน2569 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก น.ส.อฐิฐา พันธ์แก่น อายุ 31ปี อยู่เลขที่ 199/282 หมู่ที่ 4 ต.บางเดื่อ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุทำทีเข้ามาติดต่อขอซื้อเงินแท่งน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ที่ตนเองได้โพสต์ขายทางหน้าเฟสบุ๊ค โดยมีการจัดส่งทางระบบขนส่งแต่เงินยังไม่ทันเข้าบัญชีแก๊งมิจฉาชีพได้ให้ไรเดอร์เข้ามาติดต่อที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งที่ตนเองไปฝากส่งพัสดุรับพัสดุไปโดยที่บริษัทจัดส่งพัสดุไม่มีการขอเอกสารหรือหลักฐานของผู้รับไป ทำให้ตนเองต้องสูญเงินไปเกือบ 200,000 บาท ตนเองจึงเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีและอยากฝากเตือนภัยให้กับผู้ที่กำลังซื้อขายสินค้าทางออนไลน์เพราะมิจฉาชีพมีมาทุกรูปแบบซึ่งพฤติกรรมมิจฉาชีพแก๊งนี้มีผู้เสียหายหลายราย
น.ส.อฐิฐา พันธ์แก่น ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 13.00 น. ตนเองได้โพสต์ขายเงินแท่งก้อนละ 1 กิโลกรัมจำนวน 2 ก้อน รวม2 กิโลกรัม มูลค่าก้อนละ 85,000 บาท รวมเป็นเงิน 170,000 บาท ลงในกลุ่มสะสมเงินแท่ง silver bullion
ต่อมาได้มีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์คนหนึ่งทักเข้ามาเพราะมีความสนใจในสินค้าและต้องการจะซื้อ ในระหว่างที่สนทนาผู้ซื้อใช้การโทรศัพท์เข้ามาเพื่อสนทนาจากนั้นได้คุยรายละเอียดกันพักใหญ่ โดยปลายทางที่อยู่ของผู้ซื้อคือ จ.บึงกาฬ ด้วยการที่เราไม่เคยส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง จึงมีความกังวลและได้ถามกลับไปที่ผู้ซื้อว่า เราจะมีการจ่ายเงินกันอย่างไร โดยผู้ซื้อแจ้งว่า ให้ตนเองไปส่งของที่บริษัทรับส่งพัสดุ จากนั้นจะโอนเงินให้เลย ตนเองจึงคิดว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่หากถ้าผู้ซื้อไม่โอนเงินมาเราก็จะสามารถยกเลิกการส่งพัสดุได้เพื่อเอาของกลับ แต่ก่อนที่ตนเองจะไปส่งของผู้ซื้อได้มีการขอรูปหน้าร้านชื่อสาขาขนส่ง และ โลเคชั่น ตนเองจึงส่งไปให้โดยผู้ซื้ออ้างว่า อยากได้ความน่าเชื่อถือจากผู้ขาย และร้านรับส่ง จากนั้นผู้ซื้อแจ้งกลับมาว่า หากจะส่งตอนไหนให้แจ้งก่อนสัก 15 นาที ตนเองก็ได้ทำตามที่ผู้ซื้อบอก
เมื่อไปถึงร้านรับส่งพัสดุ ได้วิดีโอคอลคุยกับผู้ซื้อตลอดเวลา และบอกห้ามวางสาย ในระหว่างที่วิดีโอคอลผู้ซื้อไม่เปิดกล้อง แต่ให้ตนเองเปิดกล้องเพียงฝ่ายเดียว ตนเองก็ทำตามเพราะต้องการที่จะให้ผู้ซื้อเชื่อใจว่า สินค้าได้แพคลงกล่องแล้ว
จากนั้นตนเองก็นำของไปส่งที่ร้านรับฝากส่ง โดยผู้ซื้อแจ้งว่า ให้ส่งรูปหน้ากล่องพัสดุและสลิปการส่งพัสดุให้ ตนเองจึงส่งไป โดยผู้ซื้อบอกว่า ให้ตนเองออกจากร้านเลย ตนเอง จึงออกมานั่งรอในรถเพื่อคุยเรื่องการโอนเงินกันซึ่งตนเองก็ยังเชื่อใจ จึงมารอในรถซึ่งห่างจากร้านส่งพัสดุไม่ไกล แต่ระหว่างที่นั่งรอนั้นผู้ซื้อก็ได้ให้วิดีโอคอลตลอดเวลาและให้พิมพ์ข้อความชื่อนามสกุล สถานที่จัดส่งมูลค่าเท่าไหร่ ในช่องแชทไลน์ ตนเองก็ส่งไปโดยมีการสนทนากันอยู่ประมาณ 10 นาที ผู้ซื้อก็ยังไม่โอนตนเองก็รู้สึกแปลกใจและวางสายวิดีโอคอลไป จากนั้นจึงส่งข้อความไลน์ไปบอกว่า หากไม่โอนภายใน 5 นาทีก็จะขอยกเลิกการซื้อขาย จากนั้นตนเองจึงลงจากรถไปที่ร้านฝากส่งพัสดุเพื่อขอยกเลิกการส่งพัสดุ แต่ทางพนักงานแจ้งว่า พัสดุที่ฝากส่งมีคนมารับไปแล้วซึ่งผู้ที่มารับอ้างว่าเป็นไรเดอร์ อ้างว่าเป็นแฟนของผู้ส่งโดยพนักงานบริษัทฝากส่งพัสดุแจ้งว่า ได้โทรหาตนเองแล้ว แต่ไม่รับสาย จึงให้พัสดุไป ตนเองเลยคิดว่าอาจจะเป็นการโทรขณะที่ตนเองกำลังวิดีโอคอลกับผู้ซื้ออยู่ในช่วง 10 นาทีหลังส่งพัสดุ แต่ทำไมพนักงานร้านฝากส่งพัสดุ จึงอนุญาตให้นำพัสดุไปโดยที่ไม่มีการขอเอกสารผู้มาติดต่อรับไป โดยที่ผู้รับนั้นก็ไม่ใช่ผู้ที่มาส่งพัสดุ จากนั้นตนเองมั่นใจว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุแน่นอน ตนเองจึงเดินทางไปที่ สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดทางร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปประชาสัมพันธ์ให้ซึ่งพนักงานฝากส่งพัสดุแจ้งว่า ต้องแจ้งเจ้าของร้านก่อน กระทั่งได้ภาพมาอย่างชัดเจนจนทราบว่าผู้ที่อ้างว่าเป็นแฟนตนเองขอยกเลิกส่งพัสดุเข้ามาในร้านเพื่อติดต่อพนักงานหลังจากตนเองออกจากร้านไปเพียง 6 นาทีเท่านั้น
ทางด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์. ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งออกหมายเรียกพนักงานร้านรับฝากส่งพัสดุ เพื่อให้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเพื่อขยายผลหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีทางกฏหมา
ยต่อไปแล้ว











