วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

สว. ลั่น ถึงเวลาจริงจัง ฟันไม่ยั้งล้างบางถนนไทย ไม่รอดทั้งคนขับ–ร้านเหล้า ยกเครื่องทั้งระบบ สยบความตาย

สว. ลั่น ถึงเวลาจริงจัง ฟันไม่ยั้งล้างบางถนนไทย ไม่รอดทั้งคนขับ–ร้านเหล้า ยกเครื่องทั้งระบบ สยบความตาย

 

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม 2569 ณ ห้องเจ้าพระยาเทอเรซ โรงแรมริเวอร์ไซด์ แบงค็อก ถนนราชวิถี แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุ จัดงานแถลงนโยบายสำคัญเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ โดยมี พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา ให้เกียรติขึ้นเวทีบรรยายพิเศษเพื่อเปิดแถลง “แผนปฏิรูปความปลอดภัยทางถนน” มุ่งหวังหยุดยั้งวงจรความสูญเสียที่คร่าชีวิตคนไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเป็นรูปธรรม

 

พล.ต.ต.อังกูร ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทยนั้น “ไม่ใช่เพราะขาดแคลนกฎหมาย” หากแต่เกิดจาก “กระบวนการบังคับใช้ที่ขาดความจริงจัง” พร้อมประกาศเดินหน้าปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ทั้งระบบ ด้วยการดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมรับผิดชอบ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ความปลอดภัยทางถนนคือหน้าที่ของทุกคน”

 

โดยแผนการดำเนินงานในครั้งนี้ถูกวางรากฐานไว้บน 3 แกนหลัก เพื่อการขับเคลื่อนที่เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่:

1. ด้านข้อมูล เร่งสร้างฐานข้อมูลกลางที่มีความแม่นยำสูง เพื่อชี้เป้าและวิเคราะห์จุดเสี่ยงทั่วประเทศได้อย่างตรงจุด

2. ด้านกฎหมาย ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการเพิ่มบทลงโทษขั้นสูงสุดแก่ผู้ที่กระทำความผิดซ้ำ

3. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาและปรับปรุงสภาพถนนให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยเน้นการคุ้มครองกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบางเป็นลำดับสำคัญ

 

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดกรอบเวลาและเป้าหมายที่ชัดเจนผ่าน “โรดแมปเร่งด่วน 3 ระยะ” ดังนี้:

• ระยะสั้น (6 เดือน): เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลคดีจราจรเข้าด้วยกัน เพื่อปิดช่องโหว่และจัดการกลุ่มผู้กระทำผิดซ้ำซาก

• ระยะกลาง (1 ปี): นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุปกรณ์ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในการบังคับใช้กฎหมาย

• ระยะยาว: ผลักดันการแก้ไขกฎหมายจราจรทางบก เพื่อเพิ่มโทษหนักถึงขั้น “ไม่รอลงอาญา” ในกรณีความผิดร้ายแรง

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือแนวคิดที่จะให้ “ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมรับผิดชอบ” ในกรณีที่ปล่อยปละละเลยให้มีการขายเครื่องดื่มแก่ผู้ที่มีอาการมึนเมาจนเกินกว่าจะครองสติได้ แล้วออกไปก่อเหตุบนท้องถนน เพื่อเป็นการตัดวงจรความสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง

“ทุกข้อเสนอที่ปรากฏในแผนนี้ ไม่ได้ถูกร่างขึ้นจากเพียงทฤษฎี แต่กลั่นกรองมาจากเสียงสะท้อนและความเจ็บปวดจริงของผู้สูญเสีย” พล.ต.ต.อังกูร ระบุทิ้งท้าย พร้อมชี้ให้เห็นว่าความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมยังคงเป็นภาระหนักที่เหยื่อต้องแบกรับ แผนปฏิรูปครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการแก้ไขตัวบทกฎหมาย แต่คือ “การรื้อระบบทั้งประเทศ” เพื่อยุติสถิติแห่งความสูญเสียบนท้องถนนไทย ก่อนที่จะสายเกินแก้ไข

ปิดโหมดสีเทา