ปทุมธานี งามหน้า สายไหมต้องรอด พาสาวแจ้ง ผกก.ธัญบุรี ถูกชายฉกรรจ์ 9 คนอ้างเป็นตร.บุกค้นบ้านยัดข้อหารีดเงิน 2 แสน เหยื่อไม่มี รีดเอาทอง 2 บาทไป
ปทุมธานี งามหน้า สายไหมต้องรอด พาสาวแจ้ง ผกก.ธัญบุรี ถูกชายฉกรรจ์ 9 คนอ้างเป็นตร.บุกค้นบ้านยัดข้อหารีดเงิน 2 แสน เหยื่อไม่มี รีดเอาทอง 2 บาทไป
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 มี.ค.69 ที่สภ.ธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ (เอก สายไหมต้องรอด) ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด ได้พานางสาว เอ (นามสมมติ)พร้อมบุตรสาวอายุ 13 ปีเข้าพบ พ.ต.อ.จรินทร์ อธิบธานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี และพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 9 คน ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าค้นบ้าน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนกลับมองไปเห็นสมุดเล่มเล็กที่เขียนชื่อคนที่เคยมากู้ยืมเงิน จึงพาตัวผู้เสียหายไปรีดทรัพย์ที่โรงพัก ตอนแรกเรียกเงิน 200,000 บาท ขู่หากไม่จ่ายจะถูกจับส่งเข้าคุก ข้อหาปล่อยเงินกู้ โดยไม่ได้รับอนุญาตขู่จะคัดค้านการประกันตัว และยึดทรัพย์ผู้เสียหาย ผู้เสียหายบอกว่า ไม่มีเงินหากผิดก็ยอมติดคุก จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้บอกว่ามีโปรโมชั่นพิเศษ หากภายใน 10 นาทีนี้ สามารถหาเงินมาได้ 100,000 บาทจะปล่อยตัวให้กลับมาหาลูกที่บ้าน หากหาไม่ได้จะเอาตัวไปฝากขังคัดค้านประกันตัวและยึดทรัพย์พร้อมขู่ให้คิดดีๆ หากติดคุกลูก 2 คนจะอยู่ยังไง ผู้เสียหายบอกว่าตนไม่มีเงินติดบัญชี 300 บาท มีทองอยู่แค่ 2 บาท กลุ่มชายฉกรรจ์พอได้ยินว่ามีทอง 2 บาท จึงตาลุกโพรง ถามทันทีว่า ทองอยุ่ที่ไหน ๆ ผู้เสียหายแจ้งว่า ทองอยู่ที่บ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ได้พากลับไปเอาทองที่บ้าน ผู้เสียหายขอว่าทอง 2 บาทมันเกิน 1 แสน ขอเอาทองไปขายก่อน แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ยอม โดยยืนขอเสนอให้เอาทอง 2 บาทมาแล้วจะคืนเงินให้ 1 หมื่นบาท ผู้เสียหายหวาดกลัว จึงยอมตามที่กลุ่มชายฉกรรจ์ต้องการ หลังเกิดเหตุ จึงตัดสินใจร้องเพจสายไหมต้องรอดช่วยเหลือ
นายอกภพ เหลือประเสริฐ ผู้ก่อตั้งสายไหมต้องรอด กล่าวว่า หลังรับเรื่องก็ได้ประสาน ผู้กำกับการตำรวจ สภ.ธัญบุรี เพื่อพาผู้เสียหายให้ตรวจสอบว่าชาย 9 คนเป็นตำรวจจริงไหมหริอเป็นตำรวจเป็นตำรวจกีคนเป็นชาวบ้านกีคนหรือเป็นตำรวจทั้งหมด ตอนนี้ก็ยังได้ปักใจเชื่อว่า เป็นตำรวจทั้งหมดหรือว่าใช่ตำรวจไหม เนื่องจากว่าในคลิปวีดีโอจะเห็นเป็นรถตู้โลโก้ตำรวจ แต่ว่าพฤติกรรมไม่น่าใช่พฤติกรรมเหมือนใจรซึ่งได้พูดคุยกับลูกสาวผู้เสียหาย อายุ 13 ปี ซึ่งแม่เขาเป็นคนโทรบอกให้เอาทองมาให้ตำรวจหน่อย ลูกสาวก็ไปเอาทองมาแล้วเอาไปยื่นให้กับชายที่อ้างเป็นตำรวจก็จะเป็นพยานสำคัญที่เป็นลูกสาวตอนนั้นผู้เสียหายถูกกักไว้นานทั้งวันและลูกสาวอยู่ที่บ้านลำพังซึ่งเชื่อมั่นว่า สภ.ธัญบุรี จะทำความจริงให้ปรากฏเพราะเราเคยประสานตำรวจธัญบุรี ทำงานได้อย่างรวดเร็วเชื่อว่าเคสนี้ก็คงจะรวดเร็วเช่นกัน ถามผู้เสียหายที่จ่ายเพราะอะไร ผู้เสียหายบอกถูกขู่ว่า ใครจะดูลูกมึงใครจะเลี้ยงลูกมึงมึงต้องทำตามกูนะ มึงไม่มีคนดูนะ เพราะว่าแม่เสียไปแล้ว ไม่มีใครดู มึงติดคุกใครจะมาดูลูกมึง ผู้เสียหายขอโทรศัพท์ ตอนนั้นมีพ่อผู้สียหายโทรมาก็ยังไม่ให้รับสายเลยตอนไปสถานี่ตำรวจ แฟนผู้เสียหายไปด้วยคิดว่ามา สภ.ธัญบุรี แต่พาไปที่เมืองปทุมธานี มากันทั้งหมด 9 คน มีแต่งตำรวจ 1 คน นอกเครื่องแบบ 8 คนมารถสองคัน รถเก๋ง 1 คัน รถตู้ตำรวจ 1 คัน ที่บ้านผู้เสียหายติดกล้องวงจรปิดไว้ 4 จุดเห็นภาพชัดเจนได้นำมาเป็นหลักฐาน
นางสาวเอ ผู้เสียหาย กล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นเช้าวันที่ 25 มีนาคม เวลาประมาณ 07.07 น.ที่บ้านพัก ชุมชนตลาดคลอง 13 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีรถยนต์ฮอนด้า สีขาว มาจอดหน้าบ้าน 1 คันจากนั้นอีก 1 นาทีมีรถตู้ตราโล่ตำรวจโปลิคพอเปิดประตูรถก็เดินปรี่เข้ามาในบ้านเลย โดยไม่ได้เรียกเข้ามาเองเลยตอนแรกจะงัดหน้าบ้าน แต่เปิดไม่ได้ก็ทุบกน้าต่างไปทุบห้องลูกสาวแล้วบอกให้ลูกสาวไปเรียกแม่ออกมา ซึ่งตนเองได้ยินแล้ว จึงเดินออกมาแล้วเขาก็เรียกว่า มึงมานี่มาฟังหมายเขาก็อ่านหมายให้ฟังหน้าประตูรั้วบ้าน เมื่อขอดูเอกสารที่อ้างว่า เป็นหมายแต่ไม่ยอมให้ดู จากนั้นก็เข้าไปค้นในบ้านห้องนอนแล้วยึดมือถือไป 2 เครื่อง และขอรหัสผ่านมือถือไปตรวจสอบว่า มีสิ่งผิดกฎหมายเปล่า ซึ่งเขาค้นทุกห้องก็ไม่เจอสิ่งผิดกฎหมาย แต่ไปเจอสมุดเล่มหนึ่งที่มีคนมากู้ยืมเงินไปและได้เขียนจดไว้มี13 คนยอดเงินไม่ถึง 1 แสนบาท ชายอ้างตำรวจก็บอกว่า ปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายขึ้นรถไปโรงพักเลยก็เลยขึ้นไปกับเขาแล้วก็มาบอกว่า มึงปล่อยเงินกู้รู้ไหมว่าผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถอะไรที่เป็นทรัพย์สิน จะโดนยึดทั้งหมด ถ้ามึงไม่อยากโดนยึดทรัพย์สินไม่อยากให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย เรียก 2 แสนบาทหามาให้ ซึ่งตนเองอยู่ที่โรงพักกับเขาตนเองได้คุยกับแฟนว่า เราไม่มีหรอกสองแสน เขาก็รู้อยู่ว่าเราไม่มีเงินแล้วมาขอรหัสเข้าไปดูยอดเงินในบัญชีแล้วก็บอกว่าแค่กูให้ 10 นาทีเอาแค่ 1 แสนบาทหาได้ไหมยังไงก็ได้เอาให้ได้ 1 แสนบาท มึงไม่สงสารลูกมึงบางเหรอ มึงติดคุกลูกมึงจะอยู่กับใคร ลูกตั้งสองคนใครจะเลี้ยงลูกมึง ป่านนี้ข้าวยังไม่ได้กินปล่อย ให้อยู่ตามลำพัง หนูก็เลยคิดถึงลูกเป็นห่วงลูก เพราะมาตั้งแต่เช้าข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินแล้วเขาเป็นเด็ก หนูก็บอกเขาว่า หนูไม่มีเงินหรอก มีเป็นทองพากลับไปบ้านได้ไหม ทองอยู่ที่บ้านมีสองเส้นเส้นละ 1 บาท เป็นจำนวน 2 บาท เขาก็บอกได้พอพามาถึงตนเองได้โทรหาลูกสาวบอกให้เอาทองมาให้หน่อย ลูกไปหยิบแล้วเดินเอาออกมาให้ยื่นให้ตำรวจแล้วตำรวจได้ยื่นเงินมาให้หนู 1 หมื่นบาท บอกว่า มึงไปใช้เลี้ยงลูกแล้วตำรวจก็ได้ถอยรถขับกลับออกมาก่อนมาปล่อยหนูทิ้งไว้ป่าเลยบ้านมา 300 เมตร ให้เดินกลับบ้านเองตอนที่พาไปโรงพักเป็นโรงพักเมืองปทุมธานี
ทางด้าน พ.ต.อ.จรินทร์ อธิบธานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวว่า รถตู้ที่บอกว่ามีการติดเครื่องหมายและมีการติดแผ่นป้ายตราโล่ตำรวจซึ่งรถมีการทำสัญลักษณ์คล้ายของตำรวจซึ่งเป็นตราโล่ตำรวจนั้นสามารถตรวจสอบได้ซึ่งก็จะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและตรวจข้อมูลนำเรียนผู้บังคับบัญชา ส่วนการขอค้นบ้านตามระเบียบของเจ้าพนักงานสอบสวนต้องแสดงตัวตนของเจ้าพนักงานให้ผู้ถูกค้นบ้านทราบพร้อมให้ดูรายละเอียดของหมายและอ่านให้ฟัง เมื่อตรวจพบสิ่งของผิดกฎหมายก็ทำใบบันทึกและให้เจ้าของบ้านหรือผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบของกลางในเรื่องก็ทำการสอบสวนดำเนินการให้ความเป็นธรรมและดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาต่อไป
ทางด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่าเบื้องต้นได้รับทราบว่าเหตุดังกล่าว ทางผู้เสียหายได้มีการไปร้องที่ เอกสายไหมต้องรอด ซึ่งตนก็ได้รับรายงานว่า ตำรวจชุดที่เข้าไปบ้านผู้เสียหายเป็นชุดของ นปพ.จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้นำรถตู้ตราโล่ โดยนำหมายค้นเข้าไปตรวจสอบ โดยที่ได้รับตามข่าวนั้นทราบว่ามีตำรวจประมาณ 8-9 คน ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้น ยังไม่รับทราบว่าเป็นการเข้าไปตรวจค้นเรื่องอะไรและมีเหตุการณ์ตามที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ ขณะนี้ตนได้สั่งการให้หัวหน้าชุด นปพ.ฯ ทำรายงานเข้ามาพร้อมกับให้ทางผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ดำเนินคดี โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งหากพบว่าทางตำรวจมีความผิดจริงก็จะดำเนินการทันที ตนไม่เลี้ยงไว้แน่ เพราะนโยบายของตนนั้นเคยมอบหมายให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดทั่วทั้งจังหวัดไปแล้ว และตอนนี้ก็ได้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและจะดำเนินการตามกฎหมายระเบียบของ ตร. โดยจะให้ตำรวจชุดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาช่วยราชการ ที่ ภ.จว.ปทุมธานี เพื่อจะไม่ให้ทำงานไปสัมผัสกับประชาชน อีกด้วย ตนได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว

