(วงจรปิด)มิจฉาชีพหลอกขายโทรศัพท์ไอโฟน วางแผนหลอกให้หนุ่มแกร็บไบค์รับเคราะห์แทน
(วงจรปิด)มิจฉาชีพหลอกขายโทรศัพท์ไอโฟน วางแผนหลอกให้หนุ่มแกร็บไบค์รับเคราะห์แทน
นนทบุรีวันที่ 19 ก.ย 2565 เมื่อเวลา 19.00 น.
นาย สุกฤษฎิ์ โคษา อายุ 22 ปี เดินทางไปที่ สภ.บางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังโดนมิจฉาชีพหลอกให้ไปรับโทรศัพท์ ไอโฟน 13 Pro ในราคา 27,000 บาท บริเวณหน้าตลาดบางใหญ่ แต่ไม่มีคนมาส่งของและได้หลอกให้ผู้เสียหายอีกคนโอนเงินเข้าบัญชีของตน ก่อนที่จะให้ตนกดเงินสดออกมาและนำไปให้ที่ตลาดพูนทรัพย์จังหวัดปทุมธานี ทำให้ผู้เสียหายที่โอนเงินเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นมิจฉาชีพ
นาย สุกฤษฎิ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2565 เวลาประมาณ 16:58 น. ตนมีอาชีพทำงานขับรถแกร็บไบค์ส่งของ และมีออเดอร์จากลูกค้าเข้ามา 1งาน เป็นงานเอ็กซ์เพลส คือรับส่งพัสดุหรือเอกสารและทางลูกค้า บอกกับตนว่าได้ซื้อโทรศัพท์ ยี่ห้อ ไอโฟน 13Pro แล้วใช้ให้ตนมารับโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวที่บิ๊กซีบางใหญ่ จากนั้นเมื่อตนเดินทางมาถึงที่บิ๊กซีบางใหญ่ ลูกค้าก็แจ้งว่าได้โอนเงินค่าโทรศัพท์มาให้ผู้แจ้ง จำนวน 27,400 บาท เพื่อนำไปจ่ายค่าโทรศัพท์ ซึ่วตนได้ยืนรอรับของอยู่ประมาณ 30 นาที ก็ไม่มีคนนำโทรศัพท์มาส่งให้ตามที่บอก จากนั้นทาลูกค้าได้โทรมาแจ้งว่าขอยกเลิกและให้ผู้แจ้งนำเงินไปคืน โดยให้ตนเงินสดไปให้ที่ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาตลาดพูนทรัพย์ ปทุมธานี ตนจึงนำเงินไปให้ตามที่คนร้ายบอก โดยขับรถจากหน้าตลาดบางใหญ่ไปที่ปทุมธานี ขณะที่ขับรถจักรยานยนต์ไปตนก็รู้สึกเอะใจอยู่เหมือนกัน รู้สึกแปลกๆเหมือนจะเป็นการฟอกเงินรึเปล่าเมื่อไปถึงที่นัดหมายตนได้นำเงินที่กดออกม่จากตู้ATMให้ลูกค้าไป 27,000 บาท ส่วนเงิน 400 บาท ลูกค้ามอบให้ตนเพื่อเป็นค่าใช้บริการ
ในเวลาต่อมาตนมาทราบว่าลูกค้าคนนี้ได้ไปหลอกลวงผู้เสียหายที่ชื่อ น.ส.วาสนา ให้โอนเงินค่าซื้อโทรศัพท์ไอโฟน 13 โปร มาที่บัญชีของตน เพราะว่ามีญาติของผู้เสียหายโทรมาหาตนและสอบถามกับตนและเล่าเรื่องให้ฟัง แต่ตนไม่ทราบว่าลูกต้าคนที่ตนรับงานมาจะเป็นมิจฉาชีพ เพราะตนเป็นแค่คนกลางเท่านั้น ทำหน้าที่แค่รับส่งของตามที่ออเดอร์แจ้งมาเท่านั้น ส่วนทางลูกค้าจะไปตกลงซื้อขายอะไรกันยังไงตนไม่รู้เรื่อง และหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกัน ตนและผู้เสียหายก็ได้ทำการติดต่อไปยังเฟซบุ๊คที่ชื่อ “ฟลุ๊คกี้” ซึ่งทางผู้เสียหายได้ทำการสั่งซื้อโทรศัพท์จากบุคคลนี้ แต่ก็ไม่สามารถติดต่ออะไรได้ เหมือนเขาลบบัญชีออกไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ตนก็ไม่กล้าโทรไปหามิจฉาชีพคนนี้เพราะกลัวว่าผู้เสียหายจะเข้าใจผิดอีก เดียวจะคิดว่าตนโทรไปบอกมิจฉาชีพ ก็เลยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจะดีกว่าโดยที่ทางผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ลาดพร้าว ส่วนตนนั้นก็ได้เดินทางมาแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เช่นกันเพื่อเป็นหลักฐานว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือสมรู้ร่วมคิดกับมิจฉาชีพคนนี้









