จับตา ‘อนุทิน 2’ หลัง ‘บวรศักดิ์’ ปฏิเสธเก้าอี้รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ล่าสุดชื่อของ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ เลขาธิการกฤษฎีกา พุ่งพรวดขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง เตรียมข้ามห้วยจากข้าราชการประจำสู่เบอร์หนึ่งมือกฎหมายทำเนียบรัฐบาล
จับตา ‘อนุทิน 2’ หลัง ‘บวรศักดิ์’ ปฏิเสธเก้าอี้รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ล่าสุดชื่อของ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ เลขาธิการกฤษฎีกา พุ่งพรวดขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง เตรียมข้ามห้วยจากข้าราชการประจำสู่เบอร์หนึ่งมือกฎหมายทำเนียบรัฐบาล
จากกรณี มีรายงานว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งผ่านผู้บริหาร ภท. ขอไม่รับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย อีกสมัย และไม่ขอรับตำแหน่งอื่น หลังไร้การติดต่อ ด้าน “อนุทิน” ฝากขอบคุณที่ร่วมงานกันในรัฐบาลที่แล้ว
ล่าสุด วันนี้ (23 มี.ค. 2569) ทำให้สปอตไลท์ทุกดวงฉายไปที่ “นายปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะเข้ามาเป็น “ขุนพลกฎหมาย” คนใหม่ของทำเนียบรัฐบาล
สำหรับ นายปกรณ์ ถือเป็นนักกฎหมายอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในระดับทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีพื้นฐานการศึกษาที่แน่นปึ๊ก
• ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• ปริญญาโท Master of Laws จาก The University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย
• ประกาศนียบัตร ด้าน Public Sector Management จาก Australian National University
นอกจากนี้ เขายังผ่านการอบรมหลักสูตรระดับสูงที่เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ วปอ. รุ่นที่ 64, หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส. 2) และหลักสูตรผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรมของสำนักงาน ก.พ.
หากดูจากประวัติการทำงาน นายปกรณ์ไม่ใช่คนใหม่สำหรับแวดวงอำนาจ แต่คือ “ฟันเฟือง” สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลมาหลายยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็น
• 27 ม.ค. 2563 – ปัจจุบัน
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรรมการกฤษฎีกา
• 2561 – 2563
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
• 2561 – 2563
ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)
• 2559 – 2562
ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU)
• 2559
ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
• 2558
รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
• 2551
กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
• 2550
ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ทั้งนี้ นายปกรณ์ไม่ได้เชี่ยวชาญเพียงแค่ข้อกฎหมายแบบดั้งเดิม แต่ยังมีประวัติผ่านหลักสูตร Train the Trainers ด้านกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงประสบการณ์ในตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ.ร. ที่ทำให้เขาเข้าใจระบบการพัฒนาระบบราชการและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นมามีชื่อเป็นตัวเต็งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการ “มืออาชีพ” ที่มีความสดใหม่แต่เก๋าเกมส์ในระบบราชการ เพื่อมาช่วยตรวจทานกลั่นกรองกฎหมายให้รัดกุมในยุคที่การเมืองต้องการความโปร่งใสและรวดเร็ว
