“ปวีณา” ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. เขตสายไหม ออเงิน อ้อนขอโอกาสเข้าสภาฯ ผลักดันกฎหมาย ข่มขืน ฆ่าโหด โทษประหารชีวิต ตัดวงจรยาเสพติดสิ้นซาก แก้วิกฤตสังคม
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 พรรคกล้าธรรม (กธ.)โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นำคณะลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม เขต 11 พื้นที่สายไหม นายธีระเดช นาซีก เบอร์ 8 และ นายนนท์ปวิธ แก้วงาม เบอร์ 16 เขต 12 พื้นที่ ออเงิน ท่าแร้ง และจรเข้บัว
โดยจุดแรกของการหาเสียงของพรรคกล้าธรรมวันนี้ นางปวีณา นำคณะเข้ากราบสักการะขอพรพระครูพิทักษ์รัตนานุกิจ เจ้าคณะเขตสายไหม เจ้าอาวาสวัดพรพระร่วงประสิทธิ์ เพื่อรับฟังข้อเสนอมุมมองของปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตชุมชน ก่อนที่จะขึ้นรถแห่หาเสียง ในโครงการเคหะพรพระร่วงประสิทธิ์ พร้อมกันนี้ยังเดินพบปะชาวบ้านรับฟังเสียงสะท้อนของคนในชุมชน โดยมีประชาชนออกมารอต้อนรับส่งกำลังใจต่อเนื่อง
ทั้งนี้นางปวีณา ได้รณรงค์หาเสียงประกาศ 5 นโยบายหลักด้านสังคม พรรค คือ ตัดวงจรยาเสพติดสิ้นซาก ส่งบำบัดจริง 1 ปี ฝึกอาชีพ มีงานทำ, ตั้งศูนย์เด็กเล็กในชุมชน บริษัท หน่วยงานราชการ เอกชน โรงงาน เพื่อให้พ่อแม่ได้อยู่ใกล้ลูกและยังสามารถทำมาหากินไปพร้อมๆ กันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย, โรงเรียนผู้สูงอายุฝึกอาชีพให้มีงานทำ, แก้หนี้นอกระบบ และจัดตั้งธนาคารประชาชน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต่างให้การตอบรับเป็นอย่างดี
จากนั้นนางปวีณา นำคณะขึ้นแห่รณรงค์หาเสียง และเดินพบปะชาวบ้านย่านสายไหม ทั้ง ทองสถิตย์6 ,ม.ซิลค์วิลเลจ ชุมชนพลายรัตนะ หมู่บ้าน กม.24 รวมถึงชุมชนซอยแอนเน็กซ์ โดยอาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน โดยมีประชาชนออกมารอต้อนรับส่งกำลังใจต่อเนื่อง
นางปวีณา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่านโยบายที่ตนตั้งใจผลักดันหากได้รับเลือกเข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษฎร จะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายข่มขืน ฆ่าโหด เท่ากับ ประหารชีวิตสถานเดียว การเยียวยาผู้เสพยาเสพติดต้องได้รับการบำบัดและฝึกอาชีพ การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ ตลอดการผลักดันธนาคารประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่ยังคงเป็นหนี้นอกระบบ
นางปวีณา ยืนยันว่าในฐานะที่เป็นอดีตสส.มา 6 สมัย ตนไม่เคยทิ้งบทบาททางการเมือง เพียงแค่ทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ปัจจุบันพรรคกล้าธรรม ให้โอกาสเข้ามาดูแลงานด้านสังคม ตนจึงพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่
“ ยอมรับว่าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง พรรคการเมืองใหญ่ต่างแข่งกันรุนแรงเพื่อดึงคะแนนจากชาวบ้าน จึงไม่อยากให้ พรรคกล้าธรรมของเรา ที่มีนโยบายด้านสังคมที่ตรงจุดตอบโจทย์ปัญหาทุกชุมชน ต้องเสียโอกาสเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งดิฉัน ในฐานะผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม จึงหวังว่าวันที่ 8 กุมภาฯนี้ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนจะไว้วางใจกาเบอร์ 42 บัตรสีชมพู พรรคกล้ากรรม และบัตรสีเขียวสส.แบบเขต ให้ดิฉันและสส.ของพรรคเข้าไปทำงานในสภาฯเพื่อผลักดันออกกฎหมาย แก้วิกฤตสังคมไทย”











