ปิดเกมเครือข่าย “น้าไข่แดง“
ขบวนการส่งยาเสพติดลงชายแดนใต้ พร้อมยึดยาบ้าเกือบ 6 แสนเม็ด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.บก.ทล. และ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.บก.ทล.
กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำโดย พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล. ได้สั่งการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. (ชุมพร-ระนอง) นำโดย พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชรัณปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ด.ต.ชาญชัย มูลลักษณ์, ด.ต.สายชล ตั้งวงค์, ด.ต.พัทธนันท์ แดงกระจ่าง, ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล และ จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ผบ.หมู่
ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.(สุราษฎร์ธานี) นำโดย พ.ต.ท. ปริญญา รักษาแก้ว สวญ.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล., พ.ต.ต.ตุลา สว่างรัตน์ สว.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล, ร.ต.อ.นพดล รุ่งแดง รอง สว. ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล., ร.ต.ต.จตุพลด้วงช่วย รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล., ด.ต.ธนิต พุมดวง, ด.ต.พิชัย ชูจิตร,
ด.ต.วิจักขณ์ ยอดมณี และ จ.ส.ต.สรายุทธ์ ศักดา ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1. นายมนตรี หรือไข่แดง (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี หัวหน้าและทำหน้าที่ขับรถนำทาง
2. นาย พลากรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ขับรถขนยาเสพติด
3. นายอัสฟารีส (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ทำหน้าที่ช่วยบอกทางบนรถขนยาเสพติด
4. นายชาญ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี (เยาวชน) ทำหน้าที่ช่วยบอกทางบนรถนำทาง
ในข้อหา
ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน สีแดง จำนวน 590,000 เม็ด ยาบ้าทั้งหมดบรรจุอยู่ใน ถุงพลาสติกสีดำจำนวน 3 ถุง รวมทั้งหมด 59 แท่งแต่ละแท่งมีตัวเลข 999 ประทับอยู่ด้านบน
2. รถยนต์เก๋ง ที่ใช้ในการนำทางและขนยาเสพติดจำนวน 2 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
สถานที่จับกุม
นายพลากรณ์ และนายอัสฟารีส ขับรถขนยาเสพติด จับกุมได้บน ทล.41 (เอเชีย) กม.ที่ 19+600 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมยาบ้าจำนวน 590,000 เม็ด
นายมนตรี และนายชาญ(เยาวชน) ขับรถนำทาง จับกุมได้บน ทล.41(เอเชีย) กม.146+500 (ขาล่องใต้)
ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี
สืบเนื่องจากนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
ที่มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงปราบปรามเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรจึงได้ทำการสืบสวนวิเคราะห์เส้นทางเดินรถด้วยระบบ Big Data จนพบกลุ่มรถต้องสงสัย
ที่ลักลอบขนยาเสพติดลงสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยมีรถนำทางและรถขนยาเสพติดและใช้การเลี่ยง
ถนนหลักไปใช้ถนนรอง ในพื้นที่ จ.ชุมพร จึงได้วางกำลังรถวิทยุตำรวจทางหลวงเพื่อเตรียมสกัด
จนกระทั่ง
พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Honda สีบรอนด์เงิน ขับขี่อยู่บน ทล.41(เอเชีย) กม.19+600 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงได้สกัดรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดเพื่อตรวจสอบ พบชาย 2 คน คือ นายพลากรณ์ เป็นผู้ขับขี่ และ
นายอัสฟารีส เป็นผู้โดยสาร ทั้งคู่มีท่าทางพิรุธและให้ข้อมูลวกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงขอตรวจค้นรถ
พบถุงดำขนาดใหญ่ 3 ถุง ในช่องเก็บสัมภาระท้ายรถ ภายในเป็นมัดยาบ้าจำนวนมาก จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง
จากการสืบสวนพบว่ามีรถยนต์เก๋งอีก 1 คัน ที่ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง จึงได้ประสานไปยังตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ นำรถวิทยุตำรวจทางหลวงเพื่อนำกำลังสกัดจับรถยนต์ดังกล่าว จนพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Nissan สีขาว ขับขี่อยู่บน ทล.41(เอเชีย) กม.146+500 (ขาล่องใต้) ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้สกัดให้รถคันดังกล่าวหยุด เพื่อตรวจสอบพบ นายมนตรี หรือไข่แดง เป็นผู้ขับขี่ และ นายชาญ (นามสมมติ) เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี เป็นผู้โดยสาร
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมยาเสพติดของกลางไปตรวจนับ พบเป็นยาบ้าจำนวน 590,000 เม็ด
นายพลากรณ์ ให้การว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของนายมนตรี โดยนายมนตรีได้จ้างให้ตนขับรถขนยาเสพติด ในราคา 30,000 บาท ให้รับบยาบ้าจากพื้นที่ปริมณฑลเพื่อนำไปส่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
จากการสืบสวน พบว่า นายมนตรี หรือในกลุ่มเรียกกันว่า “น้าไข่แดง”เป็นเจ้าของยาเสพติดที่ถูกจับกุม
ในครั้งนี้ และทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาและขนส่งยาเสพติดเพื่อนำส่งให้กับผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงทำหน้าที่จัดหาทั้งคนและรถเพื่อไปใช้ในการขนยาเสพติด
ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับกุมในคดี ผลิตยาเสพติด, ครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติด โดยเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำกลางคลองเปรม
เมื่อช่วงต้นปี 2568 ก็กลับมาตั้งเครือข่ายยาเสพติดอีก
ด้าน นายอัสฟารีส ทำหน้าที่นั่งบอกเส้นทางบนรถขนยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 5,000 บาท ให้การว่า เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม ตนกับนายชาญ เยาวชนอายุ 17 ปี ได้เจอกับนายมนตรี ก่อนถูกชักชวนไปดื่มกินตามสถานบันเทิงในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายมนตรีมีการใช้ชีวิตหรูหรานำเงินมาโชว์ และใช้อุบายหลอกลวงให้ตนเข้ามารับงานนั่งรถช่วยขนยาเสพติด
โดยหลอกว่าให้ไปนั่งรถเฉยๆ ช่วยดู GPS บอกเส้นทาง แล้วก็รับเงินค่าจ้างไป ถ้าโดนตำรวจจับได้ก็บอกว่าแค่นั่งรถมาเฉยๆ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับยาเสพติด ตนกับนายชาญจึงหลงเชื่อรับงาน ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้เงิน
เนื่องจากตนและนายชาญนำเงินไปใช้ซื้อไอเทมในเกม จนมีหนี้สินคนละประมาณหมื่นกว่าบาท
ด้านนายมนตรีให้การภาคเสธว่าตนเองได้รับการว่าจ้างให้มาขนยาเสพติดไม่ได้เป็นเจ้าของยาเสพติดล็อต
ดังกล่าวแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสืบสวนขยายผลต่อไป
เตือนภัย ขอฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้พบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดมีการเปลี่ยนรูปแบบการล่อลวงเยาวชนและวัยรุ่นให้เข้าไป
มีส่วนร่วมในขบวนการ โดยใช้วิธีพูดจาชักชวนผ่านสื่อออนไลน์เสนอค่าจ้างจำนวนหนึ่งเพื่อ
ให้นั่งรถนำทางหรือช่วยดูเส้นทางให้กับรถขนยาเสพติด โดยอ้างว่าเป็นงานง่าย รายได้ดี และ
ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยตรงแต่ในความเป็นจริง การกระทำลักษณะดังกล่าวถือเป็น “การร่วมกันขนหรือช่วยเหลือขบวนการค้ายาเสพติด” ซึ่งมีโทษร้ายแรงตามกฎหมาย








