วันพุธ, มิถุนายน 10, 2026
Latest:
ในประเทศ

ตร.เพชรเกษมเปิด“ปฏิบัติการยุทธการแหกคอกม้า”

ตร.เพชรเกษมเปิด“ปฏิบัติการยุทธการแหกคอกม้า”

 

เมื่อเวลา09.00น.วันที่31ต.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.เด่นดนัย วัฒนวิจิตรนนท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.เพชรเกษม ได้ร่วมกันขยายผลเพื่อตัดวงจรเครือข่ายบัญชีม้า ภายใต้ “ปฏิบัติการยุทธการแหกคอกม้า” ตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย ยี่ห้อ Mercedez Benz รุ่น C350 e สีขาว ทะเบียน 1 ขถ 3311 กรุงเทพมหานคร บริเวณ ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้า โฮมโปร สาขา เพชรเกษม แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯโดยมี น.ส.กุสุมาภัสน์ พิชชานันท์ อายุ36ปี แสดงตนเป็นผู้ครอบครอง ผลการตรวจค้นพบ

1.ธนบัตรรัฐบาลไทยจำนวน 906 ฉบับ รวมเป็นเงิน 960,000 บาท บรรจุอยู่ในถุงผ้าสีฟ้าวางอยู่เบาะหลังคนขับ 2.โทรศัพท์ ไอโฟน 17 โปรแม๊กซ์ สีส้ม 1 เครื่อง

3.โทรศัพท์ไอโฟน 11 สีดำ 1 เครื่อง

และตรวจค้นตัวนายธนกฤต สิริวงศ์ อายุ31ปี ซึ่งยืนอยู่ใกล้กับ น.ส.กุสุมาภัสน์ ผลการตรวจค้นพบ

1.ธนบัตรรัฐบาลไทยจำนวน 500 ฉบับ รวมเป็นเงิน 500,000 บาท บรรจุอยู่ในซองเอกสารน้ำตาล อยู่ภายในกระเป๋าสะพาย

2.โทรศัพท์ไอโฟน 16 โปร สีดำ 1 เครื่อง จึงได้เชิญตัวทั้งสองไปสอบสวนที่สน.เพชรเกษม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลแล้วทั้ง2คนเชื่อมโยงกับกลุ่มบัญชีม้าที่หลอกลวงผู้เสียหายที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ จึงยึดเงินไว้ได้ 1,406,000 บาท ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

จากการสอบสวนนายธนกฤต ให้การว่า ตนมีหน้าที่พาเจ้าของบัญชีม้าไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม เพื่อนำเงินสดมาส่งมอบให้กับน.ส.กุสุมาภัสน์ โดยน.ส.กุสุมาภัสน์จะนำเงินสดไปซื้อสกุลเงินUSTD แล้วโอนต่อไปให้กับคนจีน ซึ่งไม่เคยเจอหน้ากัน โดยจะได้ส่วนแบ่งจากยอดเงินที่หลอกมาได้1.5-2% นำไปแบ่งกับทีมงาน

พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการสืบสวนขยายผล เพื่อตัดวงจรกลุ่มเครือข่ายบัญชีม้า ที่ได้ใช้หลอกหลวงผู้เสียหาย จนเกิดความเสียหายเกือบ7ล้านบาท ซึ่งสน.เพชรเกษมได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการนี้ไปก่อนหน้าแล้ว2คน ทั้งนี้ทางรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการระดมกวาดล้างอย่างเด็ดขาด ซึ่งในเคสนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการวางแผนทะลายเครือข่ายมาตลอด และที่สำคัญสามารถยึดเงินคืนให้กับผู้เสียหายไปก่อนนี้แล้วเป็น 800,000 บาท ซึ่งจะได้ดำเนินการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป