รวบหนุ่มสุพรรณฯ ถูกลวงให้ขนต่างด้าวก่อนบังคับขนยาบ้า
พร้อมขู่ตายห้ามหนี สุดท้ายโดนรวบพร้อม ยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 4 ล้านเม็ด
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป.ปฏิบัติราชการ บก.ทล., พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.ธนภูมิ มีสมศักดิ์ รอง ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.บดินทร์ ชูเฉลิม สวญ.ส.ทล 2 กก.4 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ท.ทวี ไพรสุวรรณ สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.อ.โอภาส คณะแพง รอง สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.ท.สมเกียรติ นราศรี รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.ท.มานัตร์ เจริญ รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.ต.วาสนา ทิพฤาตรี รอง สว.(ป.)ฯ ปฏิบัติราชการ ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โทโล่ สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.ท.วิทยา สุทธิปัญโญ รอง สว.กก.3 บก.ป., ด.ต.พิชิตณรงค์ คำยส ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป., ด.ต.มงคล ชิณภาพ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป., จ.ส.ต.ต้นตระกูล จันทร์สูรย์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป., จ.ส.ต.สรายุทธ พงษ์พุทธา ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายโชติวัตฯ อายุ 30 ปี ข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนอันเป็นการกระทำที่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติดใส จำนวน 10 ห่อๆ ละ 10 ถุง บรรจุเป็นมัดหุ้มด้วยกระดาษไขครีม (ประทับตรา รูปแอปเปิล มี่อักษร 999 สีน้ำเงิน) จำนวน 46 มัด มัดละ 10,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้า 460,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติดสีดำพัน
ด้วยเทปใส จำนวน 9 กระสอบ รวมยาบ้าทั้งสิ้น ประมาณ 4,048,000 เม็ด
2.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Chevrolet สีเทา ทะเบียน ลพบุรี
3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Iphone สีเทา
สถานที่จับกุม บริเวณปั๊ม ปตท.แห่งหนึ่ง ทล.2062 กม.10-11 ต.พระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น
โดยก่อนเกิดเหตุ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดในลักษณะ
เป็นขบวนการ ผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่น จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อวางแผนการจับกุม และ
ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ออกตรวจมาถึงบริเวณ ทล.2062 เส้นทางบ้านทุ่ม-พรยืน-มัญจาคีรี
พบรถยนต์กระบะ สี่ประตู สีแดง ลักษณะโหลดเตี้ย หมวดจังหวัดอุทัยธานี ขับผ่านมา จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ พบผู้หญิง เป็นคนขับขี่ มีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงได้เข้าตรวจสอบ สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ได้เดินทางไปหาแฟนที่จังหวัดสกลนคร และกำลังจะเดินทางกลับไป จ.สุพรรณบุรี
จากการตรวจสอบภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่หญิงคนดังกล่าวมีลักษณะท่าทางพิรุธ เนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ หญิงคนดังกล่าวพยายามพิมพ์ข้อความทางโทรศัพท์หาใครอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเชื่อว่าน่าจะมีรถที่ขนสิ่งของผิดกฎหมายขับตามมาด้านหลัง และแจ้งให้หญิงคนดังกล่าวเดินทางต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จึงได้ขับรถย้อนกลับเข้าไปตรวจสอบภายในปั๊ม ปตท. แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 1 กม. เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Chevrolet สีเทา ทะเบียน ลพบุรี จอดอยู่ภายในปั๊ม มีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงตรวจสอบบริเวณโดยรอบ ไม่พบผู้ขับขี่จึงใช้ไฟฉาย
ส่องเข้าไปในรถคันดังกล่าว พบก้อนสี่เหลี่ยมสีดำหลายก้อน อยู่ภายในรถ จึงได้ทำการตรวจสอบพื้นที่บริเวณโดยรอบ พบผู้ต้องหา กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำภายในปั๊ม เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
มีอาการตกใจและได้วิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้
สอบถามผู้ต้องหารับว่าตนเป็นคนขับรถคันดังกล่าวมาเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจค้นรถ โดยก่อนทำการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจ ก่อนเริ่มทำการตรวจค้น และผลการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางลำดับที่ 1 บรรจุอยู่ในภายในรถคันดังกล่าว สอบถามผู้ต้องหาให้การรับว่าตนเป็นคนขับรถคันดังกล่าวจริง
โดยในตอนแรกได้รับการว่าจ้างให้ไปขนคนต่างด้าวที่ จ.บึงกาฬ เข้ามาส่งบริเวณภาคกลาง โดยตกลงค่าจ้างในการขน หัวละ 8,000 บาท แต่เมื่อมาถึงจุดนัดหมายที่ปั๊ม ปตท.แห่งหนึ่ง ที่ จ.บึงกาฬ
ได้มีชาย 2 คน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้มาขับรถคันดังกล่าวออกไป และให้ผู้ต้องหานั่งรออยู่ที่ปั๊ม อยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นชาย 2 คนดังกล่าว จึงได้ขับรถคันดังกล่าวกลับมาพร้อมกับยาบ้าของกลางลำดับที่ 1 และให้ผู้ต้องหาขับรถนำยาบ้าของกลางดังกล่าว ไปส่ง และข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิตหากผู้ต้องหาทิ้งงานหลบหนี
โดยจุดหมายปลายทางที่จะส่งของ จะส่ง GPS มาให้ผู้ต้องหาภายหลัง ผู้ต้องหา ยังให้การรับอีกว่า ในการลักลอบขนยาเสพติดในครั้งนี้ มี น.ส.พลอยฯ ภรรยาของผู้ต้องหา ทำหน้าที่เป็นคนขับรถสเก๊าต์หน้า โดยใช้รถกระบะอีซูซุ สีแดง ทะเบียน อุทัยธานี (เป็นรถคันเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ เรียกตรวจก่อนหน้านี้)
โดยทำหน้าที่ขับนำ คอยตรวจสอบเส้นทาง และแจ้งความคืบหน้าให้กับผู้ต้องหาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมสิทธิ์ในชั้นจับกุมให้ผู้ต้องหาทราบ จากนั้นได้ทำการควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด











