ตร.เพชรเกษมตามรวบอาชีวะใช่มีดจี้ชิงเสื้อช๊อปต่างสถาบัน
ตร.เพชรเกษมตามรวบอาชีวะใช่มีดจี้ชิงเสื้อช๊อปต่างสถาบัน เมื่อเวลา20.00น.วันที่19 มิ.ย.พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัวนายกรตขจร ปะนามะกา อายุ 21 ปี ข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 623/2568 ลงวันที่ 18 มิ.ย.68 พร้อมด้วยของกลาง 1.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Apple รุ่น I Phone 11 สีขาว ใช้ในการถ่ายคลิปวิดีโอขณะกระทำความผิด โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องสืบสวน ชั้น 4 สน.เพชรเกษม ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.68 เวลาประมาณ 16.55 น.ขณะที่ นายธีรภัทร์ (สงวนนามสกุล)อายุ 17 ปี นักเรียนปวช.2 วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน ขี่รถจยย.ผ่านมาถึงหน้าร้านขายผลไม้ ภายในหมู่บ้านสุขสันต์ 6 บริเวณ ซอยกาญจนาภิเษก005/1 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ ได้ถูกคนร้ายเป็นชาย2คนขี่รถจยย.มาปาดหน้า แล้วใช้อาวุธมีดข่มขู่ให้ถอดเสื้อช็อปวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธนและหัวเข็มขัดของวิทยาลัย นายธีรภัทร์เกิดความกลัวจึงยอมถอดเสื้อกับหัวเข็มขัดให้ ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่านายปลื้ม (สงวนนามสกุล)อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นปวช.2 โรงเรียนพณิชยการกรุงเทพ นั่งซ้อนรถจยย.มากับนายกรตขจรและใช้อาวุธมีดขมขู่ชิงเอาเสื้อช๊อปและหัวเข็มขัดของผู้เสียหาย ฝ่ายสืบสวนสน.เพชรเกษมจึงได้เชิญตัวนายปลื้มพร้อมผู้ปกครองมาที่ สน.เพชรเกษม และให้ดูกล้องจากภาพวงจรปิดขณะก่อเหตุ นายปลื้มจึงยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุตามภาพกล้องวงจรปิดจริง จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ส่วนนายกรตขจร เคยเรียนที่โรงเรียนพณิชยการกรุงเทพ เป็นผู้ทำหน้าที่ขับขี่รถจยย.และถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุ เอาไปประจานในโลกโซเชียล ฝ่ายสืบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนอนุมัติขอหมายจับจากศาลอาญาธนบุรี ที่ 623/2568 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งต้องหากระทำความผิด ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายกรตขจรฯได้หลบหนี้ไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 301 หมู่ที่ 4 ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามกดดันและประสานทางครอบครัวและญาติอย่างต่อเนื่อง จนต่อมาวันที่19 มิ.ย.นายกรตขจร ได้ติดต่อและเดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม จากการสอบสวนกรตขจร ให้การว่า กระทำการดังกล่าวด้วยความคึกคะนอง ไม่นึกว่าจะถูกดำเนินคดีข้อหาร้ายแรงเช่นนี้ อยากฝากถึงรุ่นน้องและรุ่นพี่ อย่าทำแบบตน อาจเสียอนาคตได้
