“ทวี สอดส่อง” ยืนยันDSIตั้งเลขสืบสวนปมทุจริต สว.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ
“ทวี สอดส่อง” ยืนยันDSIตั้งเลขสืบสวนปมทุจริต สว.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ วันนี้ (21 ก.พ.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีผู้สมัคร สว. ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอว่ากระบวนการการเลือก สว.ไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และขอให้รับเป็นคดีพิเศษ ว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้ตั้งเลขคดีสืบสวนไว้แล้ว ซึ่งถ้าอยู่ชั้นสอบสวนที่ไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ก็จะต้องนำเข้าเป็นคดีพิเศษในฐานความผิดอาญาอื่น แต่ต้องมีลักษณะเป็นความผิดที่ทำเป็นกระบวนการหรือเป็นองค์กร มีผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอิทธิพล ถ้าเข้าเกณฑ์ในลักษณะนี้นั้น ดีเอสไอสามารถทำให้ทุกคดี แต่ถ้าคดีนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็จะดึงไป หรือถ้าคดีนั้นเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็จะดึงเฉพาะส่วนฐานความผิดฐานเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ขณะนี้เนื่องจากเราเคยมีการแจ้งไปยัง กกต. แล้วว่ามีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษว่าการเลือก สว. ครั้งดังกล่าวมีการกระทำเข้าข่ายความผิดทั้งกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และผิดกฎหมายอาญาหลายมาตรา โดยแจ้งไปหลายครั้งแต่ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ กกต. เพิ่งตอบกลับหนังสือมาใหม่ว่า เนื่องจากมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ระบุว่าจะต้องเป็นการสอบสวน อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอไม่รับเรื่องไม่ได้เนื่องจากมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ คือ มีการทำโพย และมีการฮั้วกัน “สำหรับผู้มาร้อง ได้มาพบกับผม และมีการนำโพยมาให้ว่ากลุ่มที่ 1 หมายเลขนั้นหมายเลขนี้ฮั้วกัน จนถึงหมายเลข 20 ผมได้ถามว่าชื่อหมายเลขนั้นของกลุ่มนี้คือใคร จะพบว่าเป็น สว.อยู่ประมาณ 138 คน และ สว.ลำดับสำรองอยู่ 2 คน โดยเป็นพยานเอกสารซึ่งไม่มีใครทำได้ อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องมาให้การกับดีเอสไอ กราบเรียน สว.ว่าเราเคารพท่าน และดีเอสไอทำงานให้ความยุติธรรมคน ไม่อคติ และตรงไปตรงมา ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนคิดว่าผู้ร้องได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในนิติบัญญัติ ถือว่าเป็นอำนาจของความมั่นคง เมื่อเข้าในชั้นคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) จะต้องพิจารณาว่ามีมูลพอสมควรหรือไม่ เพราะการสอบสวนเราจะต้องเชิญคนนอก เชิญผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยในการตรวจสอบพบว่ามีผู้เชี่ยวชาญบางคนมาให้การว่า ถ้าไม่มีการฮั้วกันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ ถ้าจะเลือกคน 10 คน ก็ควรสลับกันบ้าง แต่นี่ไม่สลับกันเลย ลำดับตรงกับโพย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราสงสัย ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองอะไรทั้งสิ้น และเป็นคนที่เคารพกันทั้งนั้น” รมว.ยุติธรรม ระบุ เมื่อถามว่าขณะนี้เรื่องได้เข้าสู่การรับเป็นคดีพิเศษแล้ว หรือกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ มีอยู่ 21 คน ซึ่งแต่ละคนไม่มีใครที่จะล็อบบี้ได้ มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญที่ตั้งมาจากหลากหลายที่ เช่น อัยการสูงสุด สำนักงานกฤษฎีกา นายกสภาทนายความ และ ผบ.ตร. ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ทราบว่าจะรับเรื่องหรือไม่ แต่ขอให้พนักงานสอบสวนทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ อยากให้บอกว่าเป็นคดีปกติคดีหนึ่ง แต่ถ้าท่าน สว.ไม่สบายใจจะเชิญตนมาชี้แจงก็ได้ ทั้งนี้ จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ต้องให้พยานหลักฐานเป็นผู้กำหนด และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน คนอยู่ต่างถิ่นต่างที่ของประเทศมารวมกันได้อย่างไร มานอนโรงแรมเดียวกันได้อย่างไรก็เป็นสิ่งที่เขาจะต้องมาตอบ ซึ่งหลักฐานบางส่วนเราได้มาแล้ว ส่วนการรับเรื่องในครั้งนี้ทำให้ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ระบุว่า อาจจะขออนุญาตเข้าชื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ.ต.อ.ทวี ในสภาด้วยนั้น ตนก็ยินดี พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ทางดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องที่มีความผิดเกี่ยวกับ กกต. ซึ่งถ้าเราเห็นก็ส่งให้กกต.ดำเนินการ แต่บางเรื่อง กกต.เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญก็อาจจะมาร่วมกับดีเอสไอก็ได้ ส่วนความผิดฐานอื่น เช่น เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หรือใด ๆ นั้น กกต.ไม่มีอำนาจดำเนินการในความผิดดังกล่าว
