กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.อภิมัณฑ์ บานชื่น รอง ผกก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายคงศิริฯ อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 11/2566 ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2566 โดยกล่าวหากระทำผิดฐาน “ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม” (หลบหนีหมายศาล)
สถานที่จับกุม บ้านพัก แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร



สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2544 นายคงศิริฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งขณะนั้นรับราชการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดประจำกรม สำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร มีหน้าที่ในการรับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนในเขตอำนาจการสอบสวนและทำการพิจารณาแล้วเสนอความเห็นสั่งฟ้อง หรือ สั่งไม่ฟ้องสำนวนต่อศาลจังหวัดยโยธร
แต่ในคดีนี้ นายคงศิริฯ ได้เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) จากนางสอาดฯ เพื่อช่วยเหลือนายกาญจน์ หรือปอง (สามีของนางสอาดฯ) ไม่ให้ถูกลงโทษจำคุก ในคดีมียาเสพติดประเภท 1. (แมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย
ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าพนักงานสอบสอนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นควรสั่งฟ้อง โดยมีการส่งสำนวนการสอบสวนมายังสำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร เพื่อดำเนินคดีข้อหาดังกล่าว แต่นายคงศิริฯ พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน ผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินคดีพิจารณาทำความเห็นและคำสั่งในคดีดังกล่าว กลับรับเงินสินบนเพื่อช่วยเหลือทางคดี อันเป็นการกระทำการโดยมิชอบด้วยหน้าที่เป็นเหตุให้สำนักงานอัยการจังหวัดยโสธรได้รับความเสียหาย
ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ได้พิพากษาว่านายคงศิริฯ ได้กระทำความผิดจริง ซึ่งนายคงศิริ ได้ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมจนถึงศาลฎีกา ซึ่งมีคำพิพากษาให้นายคงศิริฯ รับโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน แต่ภายหลังนายคงศิริฯ ไม่มาฟังคำพิพากษาและหลบหนีในพื้นที่ จ.ยโสธร และกรุงเทพมหานคร
ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จึงได้ออกหมายจับนายคงศิริฯ เพื่อมารับโทษทางกฎหมาย
เนื่องจากเป็นคดีที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และเป็นที่สนใจของสังคมใน วงกว้าง พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมนายคงศิริฯ
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำหมายค้นศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ ค 9/2568 ลงวันที่ 30 มกราคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และทำการจับกุมตัวนายคงศิริฯ นำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอฝากเตือนข้าราชการทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม หากรับสินบนหรือผลประโยชน์ใดอันเป็นการตอบแทน เพื่อเป็นการจูงใจให้กระทำการสิ่งใด หรือให้ละเว้นการกระทำการสิ่ง อันเป็นการละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นท่านอาจจะถูกดำเนินการทางวินัยและถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 201 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต