วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
Latest:
ประเด็นข่าว

พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ นาวาเอกหญิง ดอกเตอร์ ทันตแพทย์หญิง จีระวัฒน์ กฤษพันธ์ ว่องวิทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานเททองในพิธีเททองพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อนำไปประดิษฐาน

วันที่ 19 ธันวาคม 2567 พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ นาวาเอกหญิง ดอกเตอร์ ทันตแพทย์หญิง จีระวัฒน์ กฤษพันธ์ ว่องวิทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานเททองในพิธีเททองพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม สิริบูรพาธรรมสถานและศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี พระธรรมวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์ โอกาสนี้ หม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ตลอดจนกำลังพลกองทัพเรือและประชาชนที่มีจิตศรัทธาร่วมในพิธี ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ กรุงเทพมหานคร พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2439 เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตร ในราชนาวีอังกฤษแล้ว ได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ในปีพุทธศักราช 2443 ตลอดระยะเวลาที่รับราชการในกองทัพเรือ ได้ทรงมี คุณูปการแก่กองทัพเรือเป็นอเนกอนันต์ อาทิ ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ทหารเรือไทยมีความรู้ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และเป็นผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ ทรงมีพระดำริ ในการจัดตั้งโรงเรียนนายช่างกล เพื่อรับผิดชอบเครื่องจักรในเรือ และในโรงงานบนบกแทนชาวต่างประเทศ ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศ ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือหลวงพระร่วง เดินทางจากประเทศอังกฤษกลับมายังประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2465 พระองค์ได้กราบบังคมทูล ขอพระราชทานที่ดินพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ และหน่วยกำลังรบต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยพระกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการทหารเรือ ส่งผลให้กองทัพเรือ มีความเจริญก้าวหน้า สามารถทำหน้าที่รั้วของชาติทางทะเลได้อย่างเข้มแข็งสืบต่อมา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง กองทัพเรือจึงได้ประกาศขนานพระนามเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และได้กำหนดให้วันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” สำหรับการจัดสร้าง พระรูปพลเอกพระเจ้าบรมวงเธอพระองค์เจ้าอาภากรกิตติพงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เพื่อนำไปประดิษฐาน ณศูนย์ปฏิบัติธรรมศิริบูรพาธรรมสถานและศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ ดำเนินการโดยพระนวกะตามโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ร่วมกับข้าราชการกรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ธนาคารทหารไทยธนชาติเลขบัญชี 0199046731 ชื่อบัญชี นายธนะพงษ์ สุดรักษ์ และ นายสาธิต อาภรณ์รัตน์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ