คุมประพฤติชี้แจงกรณีปรากฎข่าวมีผู้สวมใส่อุปกรณ์ EM เข้าแจ้งความถูกอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอ้างตัวเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติเรียกเงินครึ่งล้านช่วยลดโทษ
คุมประพฤติชี้แจงกรณีปรากฎข่าวมีผู้สวมใส่อุปกรณ์ EM เข้าแจ้งความถูกอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอ้างตัวเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติเรียกเงินครึ่งล้านช่วยลดโทษ
วันที่ 16 ธ.ค.67 ที่กรมคุมประพฤติ เขตหลักสี่ กทม. น.ส.สายฝน จันทะพรม ผู้อำนวยการกองบริหารและส่งเสริมเครือข่ายคุมประพฤติ ,โฆษกกรมคุมประพฤติ
ได้ชี้แจงกรณีถูกอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอ้างตัวเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติเรียกเงินครึ่งล้านช่วยลดโทษ
โดยน.ส.สายฝน ได้กล่าวว่า”
ตามที่ปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีนายธนวินท์ (สงวนนามสกุล) พร้อมญาติเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ระบุว่า ถูกอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ซึ่งเป็นประธานชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และในข่าวระบุว่าเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ ฉ้อโกงและเรียกรับเงินไปเป็นจำนวน 415,000 บาท อ้างเป็นค่าใช้จ่ายเคลียร์กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ จ.เชียงรายเพื่อไม่ให้ต้องกลับเข้าไปในเรือนจำอีก เนื่องจากทำผิดเงื่อนไขการคุมความประพฤติในระหว่างที่ได้รับการพักการลงโทษนั้น กรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดกรณีดังกล่าว
พบว่านายธนวินท์ฯ เป็นผู้ได้รับการพักการลงโทษและติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) โดยอยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย ระยะเวลาในการพักการลงโทษจำนวน 11 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2567 – 17 พฤษภาคม 2568) โดยในระหว่างการคุมความประพฤติ
นายธนวินท์ฯ กระทำผิดเงื่อนไขการคุมความประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติ จ.ชียงรายได้จัดทำรายงานเสนอไปยังกองทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและแจ้งไปยังเรือนจำกลาง จ.เชียงรายในการควบคุมตัวกลับเข้าเรือนจำ
จากเนื้อข่าวตามที่นายธนวินท์ฯ ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยระบุว่าได้ไปปรึกษากับบุคคลดังกล่าว ซึ่งตนเองเข้าใจว่าเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติและ
อ้างว่าสามารถประสานงานหรือเคลียร์กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติเพื่อไม่ให้ตนเองต้องกลับเข้าไปในเรือนจำโดยมีการเรียกรับเงินค่าดำเนินการเพื่อนำไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติและอื่นๆ นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นอาสาสมัครคุมประพฤติของกรมคุมประพฤติ
แต่อย่างใด”
น.ส.สายฝน กล่าวต่อว่า “โดยกรมคุมประพฤติขอเรียนว่าในการพิจารณาแต่งตั้งอาสาสมัครคุมประพฤติกรมคุมประพฤตินั้นมีกระบวนการและขั้นตอนเพื่อพิจารณาคุณสมบัติที่เข้มงวดและชัดเจนตามกฎหมาย โดยเฉพาคุณสมบัติ
ในเรื่องพฤติกรรม ความประพฤติและประวัติการกระทำความผิด เนื่องจากอาสาสมัครคุมประพฤติ คือ
ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ช่วยเหลือพนักงานคุมประพฤติในการปฏิบัติตามกฎหมาย จากกรณีข่าวดังกล่าวกรมคุมประพฤติขอยืนยันว่าบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถให้การช่วยเหลือ
นายธนวินท์ฯ ซึ่งทำผิดเงื่อนไขการคุมความประพฤติในระหว่างได้รับการพักการลงโทษนั้น ไม่ได้เป็นอาสาสมัครคุมประพฤติของกรมคุมประพฤติ และนายธนวินท์ฯ ซึ่งทำผิดเงื่อนไขการคุมความประพฤติ
ในขณะนี้ได้ถูกควบคุมตัวกลับเข้าไปในเรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อนึ่ง กรมคุมประพฤติ ขอเรียนว่าการกระทำใดที่เกิดขึ้นตามที่ระบุในข่าวเป็นการกระทำผิดซึ่งกรมคุมประพฤติและสำนักงานคุมประพฤติรวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ จ.เชียงรายไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้กรมคุมประพฤติขอเรียนแจ้งประชาชนและสังคม กรมคุมประพฤติยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการคุมความประพฤติและการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด ดังนั้น หากพบเห็นบุคคลใด
หรือการกระทำใดอันเป็นการแอบอ้างกรมคุมประพฤติหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือ หรืออ้างอิงเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางคดี ท่านสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่
สายด่วนกรมคุมประพฤติ 1111 กด 78หรือประสานสอบถามไปยังสำนักงานคุมประพฤติในพื้นที่จังหวัดของท่าน เราไม่นิ่งนอนใจและพร้อมดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดกับบุคคลเหล่านี้”

