วันจันทร์, มิถุนายน 15, 2026
Latest:
ประเด็นข่าว

“เมาไม่ขับ”ยื่นหนังสือให้”อัยการสูงสุด”ขอให้ศาลสั่ง ริบยานยนต์ของผู้ที่เมาสุราแล้วขับรถเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้อื่น

“เมาไม่ขับ”ยื่นหนังสือให้”อัยการสูงสุด”ขอให้ศาลสั่ง ริบยานยนต์ของผู้ที่เมาสุราแล้วขับรถเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้อื่น เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับยื่นหนังสือให้อัยการสูงสุดขอให้ศาลพิจารณานโยบายริบยานยนต์ของผู้เมาแล้วขับขี่รถทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ทั้งนี้สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทางถนนในประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤต จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมบนท้องถนน ที่คนไทยต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยแต่ละวันจะมีคนไทยเสียชีวิตเพราะโศกนาฏกรรมบนท้องถนน โดยเฉลี่ย 40 คนต่อวัน คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ปีละประมาณ 5-6 แสนล้านบาทและคำนวณเฉพาะ 10 ปี ย้อนหลัง พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตบนถนนถึง 2 แสนคน โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต แต่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโศกนาฏกรรมบนท้องถนน สาเหตุสำคัญที่สร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนประการหนึ่ง คือผู้ขับขี่เมาสุรา โดยทางมูลนิธิเมาไม่ขับได้ทำงานการรณรงค์เมาไม่ขับ มาตั้งแต่ พ.ศ.2539 ได้พบข้อเท็จริงประการหนึ่งว่าผู้ที่เมาแล้วขับ ไม่ตระหนักในปัญหาดังกล่าว เพราะเห็นว่าอัตราโทษจากการเมาแล้วขับไม่รุนแรง แม้ในกรณีที่ก่อเหตุเมาแล้วขับชนผู้อื่นจนบาดเจ็บและเสียชีวิต ก็ยังได้รับอัตราโทษเบา ดังที่คำกล่าวว่า ถ้าเมาแล้วขับอย่างมากก็แค่ “ จำ ปรับ รอ ” ทำให้สังคมรวมถึงผู้ก่อเหตุไม่เรียนรู้หรือเกรงกลัวต่อโทษ และไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดื่มสุราจนเกิดอาการเมายังฝืนที่ขับขี่ยานพาหนะจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้สัญจรบนถนนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2567 ที่ผ่านมาทางพนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ยื่นฟ้องผู้ขับรถยนต์เทสร่ารายหนึ่ง ในข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ศาลแขวงดุสิตพิพากษา จำคุก 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุก รอลงอาญา 1 ปี พักใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน และริบยานยนต์ของกลาง ดังนั้นทางมูลนิธิเมาไม่ขับ ขอกราบเรียนว่า หากท่านจะมีคำสั่งเป็นแนวทางให้พนักงานอัยการมีคำขอให้ศาลสั่ง “ริบยานยนต์” ของผู้ที่เมาสุราแล้วขับรถเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้อื่น จะทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้ ตระหนัก เกรงกลัวจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ โดยไม่ขับขี่รถขณะเมาสุราอีกต่อไป เช่นนี้ การดำเนินคดีของพนักงานอัยการจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างประมาณคุณค่าไม่ได้ และทำให้องค์กรอัยการได้รับการยอมรับเชื่อมั่นในการเป็นองค์กรชั้นนำในกระบวนการยุติธรรม เป็นที่พึ่งที่แท้จริงต่อประชาชน