นนทบุรี ตร.สาวสภ.ชัยพฤกษ์ ร้องไห้หมดกำลังใจ ถูกญาติผู้เสียหายแบกโลงศพบุกโรงพัก
นนทบุรี ตร.สาวสภ.ชัยพฤกษ์ ร้องไห้หมดกำลังใจ ถูกญาติผู้เสียหายแบกโลงศพบุกโรงพัก
จากกรณีแม่ของผู้เสียชีวิต ร่ำไห้แห่โลงศพบุกโรงพักทวงถามความคืบหน้าของคดี หลังลูกชายเป็นคนกลางเข้าห้ามรุ่นพี่เขม่นกัน แต่ถูกปืนยิงดับผ่านมาแล้ว 3 เดือน คดีความไม่คืบหน้า ด้านร้อยตำรวจโทหญิงจรัญญา จันทสิทธิ์ รองสารวัตรสอบสวนสภ.ชัยพฤกษ์ พอเห็นทีมข่าวเข้าไปสอบถามถึงกับปล่อยโฮถึงออกมา เล่าว่าตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเคยเห็น ประชาชนหรือผู้เสียหายมักจะโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือมองตำรวจในแง่ลบ ไม่คิดว่าวันนี้ตนเองจะโดนยืนยันว่าคดีนี้เป็นคดีที่ตนเองตั้งใจทำเป็นอย่างมากเพราะเป็นคดีใหญ่ คดีแรก /และพยายามทำคดีให้รัดกุมมากที่สุด โดยมีการปรึกษาตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนและในขั้นตอนการทำคดีก็อยู่ในกรอบเวลา 3-6 เดือนโดยตนพึ่งได้ผลชันสูตรศพมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา และอยู่ในขั้นตอนที่กำลังจะส่งอัยการในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้าเลย เรื่องนี้ตนเข้าใจญาติ เพราะญาติ คิดว่าสำนวนระบุว่าปืนลั่น แต่จริงๆแล้ว ข้อความที่เขียนว่าปืนลั่นเป็นข้อความที่ผู้ก่อเหตุให้การกับทางโรงพยาบาล ซึ่งในสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ระบุ ลักษณะเช่นนั้นอย่างแน่นอนและมีการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งลงข้อหาที่หนักที่สุด ตามสำนวนคดีเลย ตอนนี้ยังสะเทือนใจมาก ยอมรับว่าหมดกำลังใจ แต่ก็เข้าใจว่าหลายคน หรือผู้เสียหายเอง อาจจะมองตำรวจในแง่ลบ ด้วยกระแสข่าวต่างๆ แต่อยากให้เชื่อใจมั่นใจ ในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงอย่างไรก็อยู่ภายใต้กฎหมายอยู่แล้ว
ด้านผู้กำกับ ( สภ.ชัยพฤกษ์ ) พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่มีการนำโลงศพมาร้องที่บริเวณหน้าโรงพัก / จึงได้ดูภาพผ่านกล้องวงจรปิดพร้อมกันกับทีมข่าว ก็เห็นว่า ทางฝั่งของผู้ร้องมากันประมาณ 10 คน ทราบว่ามีทั้ง ครอบครัวผู้เสียชีวิต,นักข่าว, เพจ โดยเดินทางมาช่วงเวลาประมาณ 10 โมงกว่า แนะนำโลงศพมาวางไว้ที่หน้าประตูสภ.ชัยพฤกษ์ ไม่นานก็นำโลงศพ ไปเก็บภายในรถ แล้วเดินถือรูปของน้องขึ้นไปพูดคุยกับทาง รองผู้กำกับสอบสวน โดยผู้กำกับยืนยันว่า คดีดังกล่าวมีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา, เพิ่งได้รับผลชันสูตรศพมา ซึ่งการเขียนว่าปืนลั่น เป็นข้อมูลที่มาจากโรงพยาบาลเพราะผู้ก่อเหตุหาผู้เสียชีวิตไปส่งโรงพยาบาล ในวันที่เกิดเหตุ นิติวิทยาศาสตร์ จึงได้ระบุข้อมูลตามที่โรงพยาบาลระบุมา, ส่วนการดำเนินคดีก็ได้มีการทำสำนวนมีโทษร้ายแรงสุด และที่คุณแม่บอกว่า ทางสภ.มีการพูดคุยกับทาง ฝั่งผู้ก่อเหตุก็เป็นการ เรียกผู้ก่อเหตุ มาพูดคุยตามที่คุณแม่ร้องขอในการให้อายัดอาวุธปืน และก็พูดคุยในเรื่องของการโพสต์เยาะเย้ยท้าทาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้สั่งให้ ฝั่งผู้ก่อเหตุพยายามอย่าโพสต์ สร้างความ ไม่สบายใจ กับผู้เสียหาย เรื่องนี้ยังคงยืนยันว่า ให้ความเป็นธรรมกับทางฝั่งผู้เสียหายอย่างแน่นอน ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายนำลงศพมาวางหน้าสภ.แล้วร้องขอความยุติธรรมนั้นตนไม่ได้ คิดมากเข้าใจหัวอกคนที่สูญเสีย แต่ก็อยากจะบอกกับผู้เสียหายว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีการรู้จักกับผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัวอย่างแน่นอน




