ตํารวจ ปคบ.ร่วม สบส. สสจ.ระยอง รวบ 5 หมอเถื่อน ลักลอบใช้เครื่องสําอาง ยาไม่มีทะเบียนฉีดเข้าเส้นให้แก่ผู้ใช้บริการ
ตํารวจ ปคบ.ร่วม สบส. สสจ.ระยอง รวบ 5 หมอเถื่อน ลักลอบใช้เครื่องสําอาง ยาไม่มีทะเบียนฉีดเข้าเส้นให้แก่ผู้ใช้บริการ วันที่ 28 สิงหาคม 2567 กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก, เจ้าหน้าที่ตํารวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., กรมสนับสนุน บริการสุขภาพ โดย นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ สาธารณสุขจังหวัดระยอง โดย นพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดระยอง ร่วมปฏิบัติการระดมตรวจค้นสถานพยาบาล บ้านพัก และร้านนวดสปาที่ดัดแปลงเป็น สถานพยาบาล จํานวน 4 จุด จับกุมหมอเถื่อน 5 ราย ลักลอบใช้ผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนเป็นเครื่องสําอาง แต่ นําไปใช้ผิดประเภทโดยการฉีดเข้าร่างกาย ยาไม่มีทะเบียน และใช้บุคลากรที่ไม่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพเวช กรรมทําการรักษาประชาชน สืบเนื่องจากเมื่อประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2567 กองกํากับการ 4 กองบังคับการปราบปราม การกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ระดมกวาดล้างสถานที่ผลิต จําหน่าย รวมถึงสถานพยาบาลที่มี นําผลิตภัณฑ์ infiNADi Nad+(อินฟินาดิ แนทพลัส) ที่จดทะเบียนเป็นเครื่องสําอาง จนนํามาสู่การร่วมปฏิบัติระดมกวาดล้างสถานพยาบาลที่ทําผิดกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ., กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง รวม 4 จุด ดังนี้ 1. คลินิกเสริมความงาม พื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) โดยขณะเข้าตรวจสอบพบว่า น.ส.ชนาภา (สงวน นามสกุล) อายุ 31 ปี กําลังให้บริการฉีดเครื่องสําอาง (NAD+ therapy) ให้กับประชาชนที่มารับบริการ และพบ บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของเครื่องสําอางดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ทําการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และไม่มีเคยมีประสบการณ์ หรือความรู้ทางการแพทย์มาก่อน โดย น.ส.ชนาภาฯ กล่าวอ้างว่า ตนเองจบชั้น ปวส. สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ทํางานที่คลินิกแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี รับ เงินเดือน เดือนละ 13,000 บาท เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้จับกุม น.ส.ชนาภา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ทําการ การฉีดเข้าสู่ร่างกาย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแม้จะถูกเพิกถอนใบรับจดแจ้งไปแล้ว แต่ยังพบว่าคลินิกเสริมความงาม ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดย หลายแห่ง ยังมีการนํามาใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายให้กับผู้รับบริการรักษา ในข้อกล่าวหา “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่ได้รับอนุญาต” และ น.ส.พรรณทิวา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ดําเนินกิจการสถานพยาบาล ในข้อกล่าวหา “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับ อนุญาต” พร้อมตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนเป็นเครื่องสําอาง แต่นําไปใช้ผิดประเภทโดยการนํามาฉีด จํานวน 1 รายการ นําส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ดําเนินคดี โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพ 2. ร้านนวดทรีทเม้นท์หน้า พื้นที่ ต.ทับมอญ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง เมื่อวันท่ี 20 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าท่ีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าตรวจสอบ สถานที่ดังกล่าว พบว่า เปิดร้าน นวดสปาขัดผิวบังหน้าแต่ภายในมีการให้บริการดริปวิตามิน และฉีดเสริมความงาม โดยพบ นางสุนิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เจ้าของสถานท่ี กําลังฉีดผิวหน้าให้กับผู้รับบริการ และพบ น.ส.ภานิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี กําลัง ดริปวิตามินบํารุงผิวให้แก่ลูกค้า จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มี ใบอนุญาตดําเนินการสถานพยาบาล อีกท้ังผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาทั้ง 2 ราย รับว่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด เจ้าหน้าท่ีตํารวจจึงร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาท้ัง 2 ราย ได้แก่ 1. นางสุนิดาฯ เจ้าของสถานที่ ในข้อหา “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต, ประกอบกิจการและดําเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ขายยาที่มิได้ข้ึนทะเบียนตํารับ” โดย นางสุนิดาฯ รับว่า ได้เปิดกิจการดริปวิตามินผิวและฉีดเสริมความงามเป็นอาชีพ เสริม ได้ประมาณ 2 ปี มีรายได้เดือนละ 40,000 บาทซึ่งได้มีความรู้จากการเคยทํางานภายในคลินิกมาก่อน 2. น.ส.ภานิดาฯ ในข้อกล่าวหา ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต โดย น.ส.ภานิ ดาฯ รับว่า เคยเป็นพยาบาลอาชีพ แล้วลาออก มารับจ้างทํางาน ณ ที่เกิดเหตุของ นางสุนิดาฯ ซึ่งเริ่มทํางานมา ประมาณ 1 สัปดาห์ ให้บริการลูกค้าไปแล้ว 1 คน โดยได้รับค่าตอบแทนจํานวน 2,500 บาท พร้อมตรวจยึดยาแผนปัจจุบัน 7 รายการ, ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตํารับยา จํานวน 1 รายการ, อุปกรณ์ทาง การแพทย์ เช่น กระบอกฉีดยา, เข็มคละขนาด เข็มที่ใช้แล้ว จํานวน 11 รายการ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริการ ดริปวิตามิน บํารุงผิว ขณะเกิดเหตุจํานวน 1 รายการ รวมจํานวน 20 รายการ มูลค่า 50,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขา ชะเมา ดําเนินคดี 3. บ้านพักในพื้นที่ ต.สํานักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 จากการตรวจสอบสถานที่ ดังกล่าว พบว่ามีการดัดแปลงบ้านพัก เพื่อใช้เป็นสถานท่ีให้บริการฉีดเสริมความงาม ดริปวิตามินแก่ลูกค้า โดยขณะ เข้าตรวจสอบพบ น.ส.วรรณวิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี กําลังให้บริการฉีดวิตามินบํารุงผิวให้กับประชาชนที่มา รับบริการ อีกทั้งพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดําเนินการ สถานพยาบาล อีกทั้งผู้ทําการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตํารวจจึง ร่วมกันจับกุม น.ส.วรรณวิสาฯ ในข้อกล่าวหา “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต, ประกอบกิจการและดําเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตํารับ” โดย น.ส.วรรณวิสาฯ รับว่าตนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้เริ่มให้บริการทํา หัตถการเกี่ยวกับการเสริมความงาม มาประมาณ 1 เดือน โดยมีรายได้จากการให้บริการ ครั้งละ ประมาณ 1,000 บาท โดยมีประสบการจากการทํางานในคลินิกมาก่อน ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดริปวิตามินขณะเกิดเหตุ จํานวน 1 รายการ, ยาแผนปัจจุบัน 5 รายการ, ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตํารับยา จํานวน 8 รายการ, อุปกรณ์ทางการแพทย์ กระบอกฉีดยา เข็มคละขนาด เข็มที่ใช้แล้ว จํานวน 15 รายการ รวมของกลางทั้งหมด 29 รายการ มูลค่า 60,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง ดําเนินคดี 4. ร้านนวดทรีทเม้นท์หน้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อ วันที่ 22 สิงหาคม 2567 ขณะเข้าตรงจสอบ พบ น.ส.ยุภา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี กําลังให้บริการฉีดวิตามินบํารุง ผิวให้แก่ลูกค้าที่มารับบริการ เมื่อเจ้าหน้าที่ทําการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดําเนินการสถานพยาบาล อีกทั้ง ผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวช กรรม จึงร่วมกันจับกุม น.ส.ยุภาฯ ในข้อหา “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต, ประกอบกิจการและดําเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตํารับ” โดย น.ส.ยุภาฯรับว่า ตนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้เปิดกิจการ มา ประมาณ 9 ปี ซึ่งในช่วงแรกเป็นการนวดบํารุงหน้าปกติจากนั้นได้เริ่มมีให้บริการเกี่ยวกับการฉีดวิตามิน โดย น.ส. ยุภาฯ มีความรู้การทําหัตถการจากการจดจําแพทย์ในคลินิก ที่ตนเองเคยทํางานมาก่อนหลายปี น.ส.ยุภาฯมีรายได้ จากกิจการ เดือนละ 120,000 บาท ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทําฉีดวิตามิน ให้แก่ลูกค้า จํานวน 1 รายการ, ยาแผนปัจจุบัน 7 รายการ, ยาที่มิได้ขึ้น ทะเบียนตํารับยา จํานวน 9 รายการ, อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น กระบอกฉีดยา เข็มคละขนาด จํานวน 11 รายการ รวมของกลางทั้งหมด 28 รายการ มูลค่า 100,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ดําเนินคดี รวมตรวจค้น 4 จุด ตรวจยึดของกลาง รวมกว่า 205 รายการ มูลค่ากว่า 280,000 บาท โดยเป็นยามี ทะเบียนตํารับยา จํานวน 31 รายการ, ยาที่ไม่มีทะเบียนตํารับยา 29 รายการ, เครื่องมือแพทย์ จํานวน 19 รายการ, เครื่องสําอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จํานวน 4 รายการ, เวชภัณฑ์ จํานวน 17 รายการจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย (แพทย์เถื่อน 5 ราย) เจ้าของคลินิก 1 ราย โดยผู้ทําการรักษาจบระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 จํานวน 1 ราย, ปวส. จํานวน 1 ราย และ ปริญญาตรี 3 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับ สารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา อนึ่ง การปล่อยให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการรักษา ผู้ดําเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิด ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทําการ ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และอาจมีคําสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้ โดยหากพบ การกระทําความผิดพนักงานสอบสวนจะมีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป เบื้องต้นการกระทําดังกล่าวเป็นความผิดตาม 1. กรณีสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการ สถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดําเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 2. พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 3. พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐาน – “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท – “ขายยาที่ยังไมขึ้นทะเบียนตํารับยา” ระวางโทษจําคุกไม่เกนิ 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กล่าวว่า การรับบริการ ทางการแพทย์จากคลินิกเถื่อน หรือหมอเถื่อน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกาย อย่างการ เสริมความงามก็มีสิทธิที่จะเกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อจากบริการท่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งในบางรายก็เกิดผลกระทบที่ รุนแรงถึงขั้นพิการ ตาบอดสนิทหรือเสียชีวิต ดังนั้น ผู้รับบริการจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่ด่วนตัดสินใจเลือกรับ บริการเพียงด้วยคําบอกเล่าปากต่อปากว่าดี หรือราคาที่ถูกกว่า โดยจะต้องเลือกรับบริการจากสถานพยาบาล และ แพทย์ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากหลักฐานที่สถานพยาบาลจะตอ้ ง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ณ จุดบริการ ได้แก่ 1) มีการแสดงป้ายชื่อสถานพยาบาล ซึ่งแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก 2) มีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 3) มีการแสดงใบอนุญาตให้ดําเนินการ สถานพยาบาล และ 4) มีการแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ให้บริการ โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายที่หน้าห้อง ตรวจ อีกทั้ง เพื่อความมั่นใจควรตรวจสอบชื่อสถานพยาบาลกับเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (www.mrd-hss.moph.go.th) พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ก่อนเข้ารับการ รักษาโรค หรือเสริมความงาม ตามสถานพยาบาลต่างๆ ควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตของคลินิกและแพทย์ที่ทําการ รักษาก่อนในเบื้องต้น เพราะอาจทําให้ได้รับความเสี่ยงในการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ไม่ถูกต้องจากบุคลากรที่ไม่ใช้ แพทย์ เนื่องจากบริเวณใบหน้ามีเส้นเลือดและเส้นประสาทเป็นจํานวนมาก หากทําการฉีดรักษาโดยบุคลากรที่ ไม่ใช่แพทย์อาจทําให้ได้รับความเสี่ยงต่อการรักษาที่ผิดพลาด และเกิดผลก




