นนทบุรี ต่อข่าว วงจรปิด เปิดใจมือยิงหนังสติ๊กใส่แม่ค้าร้านส้มตำ เผยปมก่อเหตุป้าปากแจ๋ว บอกลูกสาวคล้ายว่าตนไม่ใช่พ่อแท้ๆ ซ้ำด่าหมาประชดตนทุกครั้งที่ผ่าน
นนทบุรี ต่อข่าว วงจรปิด เปิดใจมือยิงหนังสติ๊กใส่แม่ค้าร้านส้มตำ เผยปมก่อเหตุป้าปากแจ๋ว บอกลูกสาวคล้ายว่าตนไม่ใช่พ่อแท้ๆ ซ้ำด่าหมาประชดตนทุกครั้งที่ผ่าน
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 67 ล่าสุดทีมข่าวได้เจอนายกุ้ง อายุ 43 ปี ผู้ก่อเหตุยิงหนังสติ๊กใส่ บ้านป้าวิไลรัตน์ ปรากฏว่านายกุ้ง พร้อมที่จะเปิดใจกับทีมข่าวมากๆ
โดยนายกุ้ง เล่าว่า เรื่องเริ่มต้นจากตนเคยมีปัญหาทะเลาะกับ ภรรยา ตอนนั้นก็พักอาศัยอยู่ ที่ห้องแถวใกล้บ้านป้าวิไลรัตน์ จากนั้น ป้าวิไลรัตน์ก็ได้พูดกับลูกสาว ตนว่าถ้า(กุ้ง)เป็นพ่อแท้ๆก็ให้เขาอยู่ด้วย คือเป็นคำพูดที่ กำลังจะบอกว่า กุ้งไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของลูกสาว เพราะหลังจากนั้น ป้าวิไลรัตน์ ก็ชอบนำเรื่องของตนไปเล่าให้คนอื่นฟังในทางที่ไม่ดี เรื่องก็มาเข้าหูตน จนกระทั่ง ป้าวิไลรัตน์ไปพูดคุยกับ เจ้าของหอพัก คล้ายว่าเป่าหู จนเจ้าของหอพักไม่ให้ตนอยู่ ที่หอพักเดิม ตนก็ไม่ว่าอะไรให้ภรรยาและลูกสาวอยู่ ได้ ก็ยังดี จากนั้นเวลาที่ตนเดินผ่านไปผ่านมา เพื่อไปหาภรรยาและลูกสาว ป้าวิไลรัตน์ก็จะด่าหมา ด้วยคำพูดหยาบคาย ซึ่งตนเดินผ่านเป็นประจำ และเข้าใจเลยว่า กำลังด่าประชดตน ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องนี้ ลูกชายของป้าวิไลรัตน์ เวลาขับรถ จักรยานยนต์ ผ่านห้องพักตนก็จะเบิ้ลเครื่องเสียงดัง ตนก็เคยก่อเหตุนำรถจักรยานยนต์ ไปเบิ้ลเครื่องใส่ร้าน หรือหน้าบ้าน ป้าวิไลรัตน์ และเคยนำถังแก๊ส ไปจุดไฟหน้าร้านป้าวิไลรัตน์ เรื่องนี้ก็เป็นความจริง เรื่องถึงตำรวจและก็ได้จบไปแล้ว
แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ ก็ยอมรับว่าตนเป็นคนก่อเหตุจริงที่เอาหนังสติ๊กไปยิง หน้าบ้าน ป้าวิไลรัตน์ เพราะรู้สึกอัดอั้น เดินผ่านทีไรตะโกนด่าหมา เพื่อประชดตนทุกที นายกุ้งยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า ขอให้ป้าวิไลรัตน์หยุดพูดเรื่องของตนในทางที่ไม่ดี ให้คนอื่นฟัง และนายกุ้งต้องกราบขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะไม่ก่อเหตุอีกและขอร้อง ว่า ให้ลูกสาวและภรรยา ได้อยู่หอพักอย่างเป็นสุข เพราะเขาทั้งสองคนไม่เกี่ยวข้องและจะต้องทำงานแถวนี้จึงจำเป็นต้องอยู่ที่หอพัก เพราะล่าสุดทราบว่า ป้าไปพูดคุยกับเจ้าของหอพัก จนเจ้าของหอพัก จะให้พวกตนออกจากพื้นที่ ต่างคนต่างอยู่ เถอะป้า


