ปทุมธานี ผัวเก่าพาเพื่อนมายืมตังไม่ให้ทำร้ายแม่ลูกชายเข้าห้ามกลับโดนต่อยคว้ามีดแทงตาย 1 เจ็บ 2
ปทุมธานี ผัวเก่าพาเพื่อนมายืมตังไม่ให้ทำร้ายแม่ลูกชายเข้าห้ามกลับโดนต่อยคว้ามีดแทงตาย 1 เจ็บ 2
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 6 ก.ค.67 พ.ต.ท.บุญเลิศ อู่ผลเจริญ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ลำลูกกา ได้รับเหตุทะเลาะวิวาทและใช้มีดแทงกันเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดที่ร้านลาบอีหล่าอีสาน หมู่ที่ 13 ถนนเลียบคลองเจ็ดฝังตะวันออก ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สภ.ลำลูกกา พ.ต.ต.ภัณกร อุณวงศ์
สว.สส.สภ.ลำลูกกา พ.ต.ท.ไตรเภท รัฐมนตรี สวป.สภ.ลำลูกกา ร.ต.อ.บุญสูง สุขสะอาด รองสวป.สภ.ลำลูกกา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรลำลูกกา
ในที่เกิดเหตุภายในร้านลาบอิหล่า อีสาน เจ้าหน้าพบหยดเลือดและคราบเลือดจำนวนมาก และมีขวดเหล้าเบียร์หล่นกระจายเต็มร้าน เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อนายอำนาจ หาสูงเนิน และนายฤทธิพร เพชรผึ้ง ถูกแทงอก 2 แผล แขน 1 แผล ผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
ฝั่งตรงข้ามร้านลาบออกล่า อีสาน ริมถนนเจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดทราบชื่อ นายวัชรินทร์ นาคกระจ่าง อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 8 หมู่ 8 ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีเข้าที่บริเวณเหนือราวนมซ้าย 1 แผล ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายธีรกานต์ หาดจันทร์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ได้หลบหนีไปหลบอยู่ที่หมู่บ้านฟ้ากรีนปาร์ค ธาม หมู่ 13 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปควบคุมตัวและจับกุมตัว ซึ่งผู้ก่อเหตุได้นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่หน้าบ้าน
เบื้องต้นสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงพร้อมให้การว่าขณะผู้ก่อเหตุได้นั่งรับประทานอาหารภายในร้าน นายฤทธิพร เพ็ชรผึ้ง (ผู้บาดเจ็บ) และนายวัชรินทร์ นาคกระจ่าง ผู้เสียชีวิตได้เข้ามาที่ร้านก่อความวุ่นวาย และเกิดการโด้เถียงกับ น.ส.เขมิกา หาดจันทร์ ซึ่งเป็นแฟนเก่ากับนายฤทธิพร เพ็ชรผึ้ง (ผู้บาดเจ็บ) และผู้เสียชีวิตซึ่งมาด้วยกันกับนายฤทธิพร เพ็ชรผึ้ง จากนั้น นายฤทธิพร เพ็ชรผึ้ง และ นายวัชรินทร์ นาคกระจ่าง ได้ทำลายสิ่งของภายในร้าน และกำลังจะเข้ามาทำร้าย น.ส.เขมิกา หาตจันทร์ แม่ของนายธีรกานต์ขณะนั้นผู้ก่อเหตุเห็นเหตุการณ์ จึงได้ช่วยเหลือ น.ส.ชมิกา หาดจันทร์ จึงเกิดการซุลมุนต่อสู้และทำร้ายนาธีรกานต์ผู้ก่อเหตุจึงได้คว้ามีดปอกผลไม้ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะภายในร้านแทงเข้าไปที่ผู้ได้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งมีนายอำนาจ หาสูงเนิน นั่งอยู่ภายในร้านเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามปรามและได้ถูกมืดแทงไปถูกบริเวณแขนทางด้านขวาได้รับบาดเจ็บ ต่อมานายฤทธิพร เพ็ชรผึ้ง และผู้เสียชีวิตได้วิ่งออกไปจากร้านที่เกิดเหตุไปอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม ก่อนเสียชีวิตลง
ทางด้าน น.ส.เขมิกา หาดจันทร์ เจ้าของร้านอีหล่า อีสาน กล่าวว่า นายวัชรินทร์ นาคกระจ่าง อายุ 42 ปี ที่เป็นแฟนใหม่ตนที่พึ่งเลิกรากันไปได้ไม่กี่วัน ได้ขับรถจักรยานยนต์มาหาที่ร้าน ซึ่งตอนนั้นมีลักษณะมึนเมา โดยมาบอกว่าจะขอยืมเงินตนจำนวน 2,000 บาท แต่ตนเองไม่ให้ จึงได้เกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่แฟนใหม่จะบอกว่าเดี๋ยวเจอกัน จากนั้นช่วงเวลาประมาณตีสี่กว่าๆ แฟนใหม่ได้พาผู้ตายขับรถกระบะมาหาที่ร้าน และเกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง แล้วทั้งคู่พยายามจะพังร้าน ลูกชายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จึงได้เข้ามาห้ามก่อนที่จะถูกแฟนเก่าต่อยไปหนึ่งที จากนั้นผู้ตายก็ได้วิ่งเข้าไปจะทำร้ายลูกชายอีก จังหวะนั้นมีมีดวางอยู่ ลูกชายจึงได้หยิบมีดปอกผลไม้ และแทงสวนเพื่อป้องกันตัวไป จนถูกผู้ตายและแฟนเก่า จากนั้นเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ในร้านได้เข้ามาห้ามซึ่งเป็นจังหวะช่วงชุลมุน ก่อนที่จะถูกมีดบาดเข้าที่แขนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนตายและแฟนเก่าจึงได้วิ่งข้ามฝั่งไปก่อนที่จะล้มลงตรงนั้น ตนเองจึงได้แจ้งเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าที่กู้ภัยมาที่เกิดเหตุ ส่วนลูกชายด้วยความตกใจจึงได้กลับเข้าไปที่บ้าน ซึ่งห่างจากร้านประมาณ 200 เมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปควบคุมตัว
ทางด้าน นางทิพวรรณ เยาว์ประเสริฐ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านน้ำ เปิดเผยว่า ตอนเปิดร้านขายของอยู่ด้านข้าง ซึ่งปกติร้านนี้เค้าก็มักจะชอบนั่งกินดื่มกันเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งที่เกิดเหตุ ตนเองเข้านอนตั้งแต่ตอนเวลาประมาณเที่ยงคืน จนกระทั่งได้ยินได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ตอนประมาณตีสี่เกือบตีห้า จึงได้ลุกมาแอบดู ก็เห็นว่ามีการทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเรื่องอื่นนั้นตนไม่ทราบว่าเป็นมายังไง
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา ได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้ง นายธีรกานต์ หาดจันทร์ อายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุ ก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด ให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




