วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี หวิดปะทะเดือด รถเฉี่ยวกลางถนนไม่พอใจคู่กรณีเล่นโทรศัพท์ ลากเหล็กขันน๊อตทุบรถคู่กรณีพร้อมพวกกว่า10 คนล้อมรถ

นนทบุรี หวิดปะทะเดือด รถเฉี่ยวกลางถนนไม่พอใจคู่กรณีเล่นโทรศัพท์ ลากเหล็กขันน๊อตทุบรถคู่กรณีพร้อมพวกกว่า10 คนล้อมรถ

วันที่ 2 ก.ค.67 เวลา 21.00 น.ที่ สภ.บางบัวทอง ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นาย อิทธิพล บุญเรือง อายุ 28 ปี พนักงาน(ผู้เสียหาย) อาชีพ พนักงานขับรถ เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จากกรณี เมื่อเวลา 18.00 น.ได้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน โดยทางผู้เสียหายขับ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ป้ายทะเบียน ฒศ 4931 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถกระบะบรรทุกโฟม ได้เฉี่ยวชนกับรถสไลด์ของบริษัทแห่งหนึ่งภายในบริเวณ ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อมาได้มีปากเสียงกันทางนาย สมชาย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี คนขับรถสไลด์ ได้ลงจากรถพร้อมกับถือเหล็กขันน๊อต และพยายามจะเปิดประตูรถคู่กรณี จากนั้นเดินไปตีไปที่ฝากระโปรงรถด้านหน้า 1 ครั้ง และขึ้นรถตนเองขับไปจอดที่หน้าอู่รถบริษัทตนเอง จากนั้นรถของผู้เสียหายได้ขับตามมาถึงหน้าอู่รถ และจอดเพราะถูกขวางเอาไว้ ต่อมานาย สมชายได้นำเหล็กขันน๊อตออกมาตีไปที่กระจกรถของผู้เสียหายทั้งสองข้างจนแตกและหลุดออกไป จากนั้นก็มีพวกของนาย สมชายกรูกันออกมากว่า10 คน ล้อมรถผู้เสียหายไว้ และพยายามจะเปิดประตูรถ แค่ไม่สามารถเปิดได้ก่อนจะแยกย้ายกันกลับเข้าไปในอู่ซ่อมรถ

นาย อิทธิพล (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พนักงานขับรถ (ผู้เสียหาย) สวมเสื้อคอปกสีเทา เล่าว่า ตนขับรถซึ่งเป็นรถของบริษัทกำลังจะกลับบริษัทเพื่อนำรถไปเก็บ คงตรงจุดเกิดเหตุตนขับมาเลนซ้าย ทางคู่กรณีขับมาเลนขวา เป็นลักษณะขับตีคู่กันมา แต่โทรศัพท์ของตนดังขึ้นจึงก้มลงไปมองโทรศัพท์ จังหวะนั้นรถของคู่กรณีได้เปลี่ยนเลนจะเข้ามาเลนซ้ายและกระจกฝั่งซ้ายของคู่กรณีเฉี่ยวกับบริเวณผ้าใบคลุมหลังคารถของตนแค่นิดเดียวเท่านั้น ตนและคู่กรณีจึงจอดรถแต่ตนไม่ได้ลงจากรถเพราะกลัวเนื่องจากเห็นว่าทางคู่กรณีถือเหล็กลงมาด้วย และพยายามจะปิดประตูรถให้ตนลงไป ตนก็ได้แค่ยกมือขอโทษเขาไป แต่เขาเหมือนจะไม่พอใจ เดินไปหน้ารถและใช้เหล็กตีไปที่ฝากระโปรงกนารถ 1 ครั้ง จนเป็นรอยบุบและได้กลับขึ้นรถไป จากนั้นก็ขับรถออกไปโดยเป็นการขับคร่อมเลนเพื่อไม่ให้ตนแซงได้ และไปจอดต่อที่หน้าอู่ซ่อมรถของคู่กรณี จากนั้นก็เดินลงมาพร้อมกับท่อเหล็กอันเดิมและตีกระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวาจนแตกและหลุดออกไป จากนั้นเพื่อนๆของทางคู่กรณีก็เดินออกมาจากอู่ประมาณ 9-10 คน มาล้อมรถตนเอาไว้และพยายามจะเปิดประตูรถแต่เปิดไม่ได้ จึงเดินกลับเข้าไปตนจึงขับรถออกมา ตอนนั้นขับรถมาคนเดียวก็รู้สึกกลัวมาก ไม่กล้าลงจากรถพยายามขอโทษเขาอยู่ในรถแต่เขาคงไม่ได้ยิน ถ้าหากตนลงไปหรือเขาเปิดประตูรถได้ตนไม่อยากจะคิดว่าจะโดนอะไรบ้าง

ด้าน นาย สมชาย (สงวนชื่อนามสกุล) ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนขับรถมาและเกิดการเฉี่ยวกันขึ้น ตอนแรกเหมือนเขาจะไม่จอดตนเลยโมโหเลยหยิบเอาเหล็กขันน๊อตที่อยู่ในรถลงไป ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรก็พยายามจะไปเรียกให้เขาลงจาดรถเพื่อมาคุยกัน แต่เขาไม่ยอมลงตนเลยโมโหใช้เหล็กตีไปที่ฝากระโปรงรถ1 ครั้ง จากนั้นเดินกลับขึ้นรถและขับออกไป ต่อมาได้ไปจอดอีกครั้งที่หน้าอู่ซ่อมรถซึ่งเป็นบริษัทที่ตนทำงานอยู่และจอดขวางไม่ให้ทางคู่กรณีขับออกไปได้ จากนั้นจึงลงจากรถและหยิบเหล็กขันน๊อตอันเดิมลงไปตีที่ประจกฝั่งซ้ายจนหลุดและเดินไปตีกระจกฝั่งขวาจนแตก จากนั้นพอเพื่อนตนที่อยู่ที่อู่ซ่อมรถได้ยินจึงวิ่งกันออกมาล้อมรถไว้ แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเรียกออกมาแน่นอนและไม่มีใครทำอันตรายคู่กรณี จากนั้นจึงเดินกลับเข้าอู่ไป ตนมารู้ทีหลังว่าคู่กรณีมาแจ้งความจึงเดินทางมาที่โรงพักด้วย ตนยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไปเพราะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบและตอนเกิดเหตุอยากรีบกลับบ้านเพราะมีงานต้องไปทำต่อจึงได้ทำเรื่องไม่ดีลงไป ตนก็อยากจะขอโทษและพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่เหมือนทางเจ้าของบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของรถเขาจะไม่ยอม

**เบลอหน้าผู้ก่อเหตุด้วยครับ

ปิดโหมดสีเทา