วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Latest:
ภูมิภาค

นนทบุรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางคูรัด แจงหมู่บ้านพฤกษาริมคลอง 1 เป็นหมู่บ้านนิติบุคคลไม่ใช้พื้นที่สาธารณะ เทศบาลจึงไม่สามารถเข้าไปดูแลและบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดการได้

จากกรณี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย 2567 ที่หมู่บ้านพฤกษาริมคลอง 1 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจาก น.ส.ลัดดา ตวงวิเศษกุล หรือคุณเล็ก อายุ 50 ปี มาร้องขอความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพราะเธอประสบปัญหาเพื่อนบ้านมหาภัย ที่เอาของมาวางของเต็มหน้าบ้านของตน จนตนไม่สามารถที่จะเข้าออกจากบ้านได้
ตนเองอยู่บ้านหลังนี้มานานกว่า 10 ปี ตอนแรกก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เริ่มมามีปัญหากับเพื่อนบ้านซึ่งบ้านอยู่ติดกันช่วงก่อนโควิดระบาด เนื่องจากเพื่อนบ้านทำอาชีพขายของเก่า และมีการประกาศขายในอินเทอร์ทั้งตู้ กลองชุด และอื่นๆ จึงใช้พื้นที่หน้าบ้านของตัวเองเป็นจุดถ่ายรูป แล้วนำของมากองไว้บริเวณหน้าบ้านของตัวเอง จนทำให้ประตูของตัวเองมีรอยแตก มีคราบน้ำมันน้ำมันงรถของคู่กรณีเปื้อนเต็มถนน
ปกติตัวเองกับเพื่อนบ้านไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน ตัวเองจะมาบ้านหลังนี้ในช่วงวันวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงที่ตัวเองไม่อยู่บ้าน เพื่อนบ้านจึงใช้พื้นที่หน้าบ้านทำกิจกิจกรรมต่างๆ เยอะแยะไปหมด ปัจจุบันของทั้งหมดที่วางไว้ตัวเองได้มีการคุยกับเพื่อนบ้านหลายรอบ ให้ช่วยเคลียร์ปัญหา แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ซึ่งเพื่อนบ้านอ้างสาเหตุที่ไม่สามารถช่วยได้เนื่องจาก
มีปัญหาเรื่องสุขภาพ รวมทั้งสามีกับลูกเขยไม่ว่างที่จะช่วยเหลือ กระทั่งช่วงปลายปีที่แล้วตัวเองเริ่มทนไม่ไหว เพราะไม่สามารถเอารถเข้าบ้านได้ จึงพยายามขอคุยกับเพื่อนบ้าน ก็ได้คำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งว่าจะเคลียร์ให้ แต่ก็ไม่เคยให้สักที
ล่าสุดเพื่อนบ้านท้าทายว่า จะไปร้องเรียนที่ไหนก็ร้องไปเลย ตัวเองจึงตัดสินใจไปร้องเทศบาลบางคูรัด ซึ่งก็มี เจ้าหน้าที่ลงมาเจรจาไกล่เกลี่ยนขอให้คู่กรณี เก็บข้าวของออกแต่ก็เก็บได้เพียงบางส่วนซึ่งตนเองร้องแบบนี้ 2 ครั้ง และแจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง 4 ครั้ง จนถึงตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหากับเพื่อนบ้านหลังนี้ได้ เนื่องจากทางเทศบาลบางคูรัดอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

นอกจากนี้ตนยังเคยร้องเรียนผ่าน LINE กลุ่มของนิติบุคคล แต่พอส่งข้อความเข้าไปเพื่อนบ้านหัวเราะเยาะเย้ย และมีท่าทีจะเข้ามาทำร้ายร่างกายตัวเอง รวมทั้งมาทำให้รถของตัวเองมีรอยถลอกด้วย ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมตัวเองก็ไม่ได้เข้าไปพักที่บ้านหลังนั้นอีกเลย
ซึ่งตนอยากบอกคู่กรณีคือ ตัวเองกับคู่กรณีอยู่ด้วยกันมานาน เคยคุยด้วยหลายรอบ ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต ที่เขาอ้างว่าตัวเองเป็นเด็กช่างฟ้อง จริงๆมันไม่ใช่ เพราะที่ตรงนั้นควรรู้ว่าเป็นสิทธิของใครและควรรู้ว่าสิทธิ์ของตัวเองอยู่ตรงไหน ตัวเองพูดจนไม่อยากจะพูดแล้ว อยากฝากสื่อมวลชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพจสายต้องรอด ให้ช่วยติดตามขอคืนพื้นที่ของตัวเองทั้งหมด

ต่อมา เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัดพบดร.พิมพ์พัชชา หยิมการุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางคูรัด จึงสอบถามเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
ดร.พิมพ์พัชชา หยิมการุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางคูรัด กล่าวว่า ในเคสนี้หมู่บ้านพฤกษาริมคลอง 1 เป็นหมู่บ้าน นิติบุคคลซึ่งไม่ใช้พื้นที่สาธารณะที่ทางเทศบาลจะเข้าไปดูแล แต่ว่าเรื่องร้องเรียนเรื่องนี้เราได้ระบเรื่องร้องเรียนมาตลอด และทางนิติกรและเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ลงไปดู 3 ครั้งแล้ว และครั้งสุดท้าย ทางผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ก็จะเถียงกันต่างคนต่างคิดว่าตัวเองถูกจะเป็นแบบนี้ตลอด ถ้าเป็นไผตาม พรบ.รักษาความสะอาด หรือ พรบ.พื้นที่สาธารณะ เราจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเป็นอำนาจประธานและคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่เราก็ไปดูให้3ครั้งในครั้งที่3 ทางนิตอกร รายงานว่า ให้ความเห็นกับทางผู้ร้องว่าถ้าผู้ถูกร้องยังเป็นแบบนี้เพราะลงไปดูไม่มีการแก้ไข ปรับปรุง ทางเทศบาลก็ได้แค่ว่ากล่าวตักเตือน เพราะเทศกิจจะไปปรับก็ไม่ได้ เพราะกฏหมายทำอะไรไม่ได้เลย นิติกรเลยให้คงามเห็นว่าเคลียไม่ได้จริงๆก็คงต้องไปแจ้งความ ก็คงเป็นที่มาของการมาแจ้งความในวันนี้เพราะว่าเคสนี้นานหลายเดือนแล้ว และทางเทศบาลลงไปหลายรอบ ลงทั้งนิติกร สาธารณสุข และเทศกิจ ลงไปหมดทางเราก็ได้แค่ลงไป แต่ถ้ามีสิทธิ์บังคับด้านกฏหมายจะเป็นทางเอกชน ประธานหมู่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการนิติบุคคลที่จะต้อง ผรึกษาหาลือกัน ซึ่งส่วนตัวก็ได้โทรคุยกับประธานหมู่บ้านแล้ว ทางประานหมูาบ้านก็หนักใจในระดับหนึ่ง อาจจะเป็นที่เพื่อนบ้านที่อาจจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ด้วยพื้นที่เราเป็นบ้านจัดสรรค ในจ.นนทบุรี เป็นที่พักอาศัย ในบางคูรัดมีบ้านจัดสรรคในลักษณะเป็นทาวน์เฮาส์ บ้านแฝดค่อนข้างเยอะ เพราะว่าสร้างกันมานาน เพราะฉะนั้นการอยู่อาศัยร่วมกัน มันควรจะมีการเคารพซึ่งกันและกัน ควรจะเห็นอกเห็นใจกัน เพื่อนบ้านที่ดีต่อกันเวลามีเรื่องอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ ก็อยากให้ทุกท่านลองใจเย็นๆและลองปรับจูน เพราะว่าเท่าที่ดูแล้วทางผู้ร้องก็ร้องจากข้อมูลความเป็นจริง มันก็ไปกีดขวาง ซึ่งถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะ ทางเทศบาลก็คงจัดการให้ได้เลย แต่พอมันไม่ใช้พื้นที่สาธารณะมันก็คงต้องแจ้งไปทางนิติบุคคลอีกทีหนึ่ง ก็อยากให้ใจเย็นๆ คิดถึงหลักมีเพื่อนบ้านที่ดีหน้าจะดีกว่า สังคมมันจะได้หน้าอยู่ร่วมกันช่วยกันให้หน้าอยู่ เพื่อความสะดวกสบายในพื้นที่เราด้วยเมืองของเราเป็นเมืองวิถีแห่งความสุข เทศบาลบางคูรัดเมืองวิถีใหม่แห่งความสุข เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกท่านมีความสุขที่มีบ้านอยู่ที่นี้ ก็ฝากให้กำลังใจกับทุกๆท่าน

ปิดโหมดสีเทา