น้ำมันแพงกระทบร้านซีฟู้ดโคราช ต้นทุนพุ่ง ค่าขนส่งทะยาน ลูกค้าลด 30% วอนรัฐเร่งแก้
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคการขนส่งและธุรกิจอาหารทะเล ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสินค้าเริ่มขาดแคลน เนื่องจากเรือประมงออกหาปลาลดลง
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนสุรนารายณ์ ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พบว่า ร้านจำหน่ายอาหารทะเลหลายแห่งได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนการขนส่งและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายอนุวัฒน์ ณรงค์ อายุ 37 ปี เจ้าของร้านป้อมกุ้งเป็น เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการขายอาหารทะเล เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ต้องสั่งมาจากตลาดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อมาจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
ก่อนหน้านี้ ค่าขนส่งอาหารทะเลจากตลาดมหาชัยมาโคราช อยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อเที่ยว แต่ปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 บาทต่อเที่ยว ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกัน ราคาอาหารทะเลก็ปรับตัวสูงขึ้นแทบทุกชนิด เฉลี่ยประมาณ 15–20 บาทต่อกิโลกรัม
โดยราคากุ้ง จากเดิมเฉลี่ยกิโลกรัมละ 250 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 20 บาท อยู่ที่ 270–290 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนปลาหมึก จากเดิมเฉลี่ยกิโลกรัมละ 200–240 บาท ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 15–20 บาท ทำให้ราคาขยับไปอยู่ที่ 270–290 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่หอย จากเดิมกิโลกรัมละ 150 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 180–190 บาทต่อกิโลกรัม
นายอนุวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันต้องแบกรับภาระต้นทุนแทนลูกค้า เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นมากเกินไป อีกทั้งยังต้องดูแลลูกจ้างภายในร้านกว่า 20 คน ทำให้ธุรกิจอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังพบว่าอาหารทะเลเริ่มหายากมากขึ้น เนื่องจากเรือประมงออกหาปลาลดลงจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้สินค้าที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากผู้ค้าประจำเท่านั้น ขณะเดียวกันยอดการซื้อของลูกค้าลดลงประมาณ 30% ทำให้ผู้ประกอบการต้องประคับประคองธุรกิจไปแบบวันต่อวัน
ทั้งนี้ เจ้าของร้านอาหารทะเลยังฝากถึงภาครัฐ ขอให้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ประกอบการรายย่อย และค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.









