กองปราบผนึกกำลังสืบดอนเจดีย์ รวบพ่อลูก สังหารโหดนำศพและรถจักรยานยนต์ ทิ้งบ่อน้ำอำพรางคดี ลากคอรับกรรม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,
พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์
รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย,
พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์ และ พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ
สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.นิติธร ประชันกาญจนา รอง สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.ธนโชติ ภุชชงค์ รอง สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธิสาร, ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาล, ร.ต.ต.เรวัติ ห้วยหงษ์ทอง รอง สว.(ป)กก.5 บก.ป.
และ ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ปริญญา เกาชวัต ผกก.สภ.ดอนเจดีย์, พ.ต.ท.จิรวัฒน์ อินสว่าง รอง ผกก.สส.สภ.ดอนเจดีย์, พ.ต.ท.ณรกร เมราพรเกษม รอง ผกก.ป.สภ.ดอนเจดีย์
และ พ.ต.ท.พงษ์ชะณัฐ สมจิตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ดอนเจดีย์
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สภ.ดอนเจดีย์ พ.ต.ท.พรหมลิขิต อุ่นจันที สว.สส.สภ.ดอนเจดีย์, ร.ต.อ.กรกฤช
กีรติพัฒนสกุล, ร.ต.อ.ณรงค์ วังเสาร์, ร.ต.ท.ประเวส ศรีเพชร, ร.ต.ต.ดำเนิน ดงแก้วมณี รอง สว.(ป.)
สภ.ดอนเจดีย์, ส.ต.ท.ธีธัชภูดิศ ยศธนะเพิ่มพูน, ร.ต.ต.ชัชชัย สุนทรลิขิต, ส.ต.ต.ณฐวัฒน์ สว่างศรี, ส.ต.ต.ธัญธร
พึ่งพระ และ ส.ต.ต.คณวัฒน์ สุขสมศรี ผบ.หมู่ สภ.ดอนเจดีย์
ร่วมกันจับกุม นายธนภัทรฯ อายุ 21 ปี บุคคลหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรีที่ จ.93/2569 ลงวันที่
19 มี.ค.69 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ
พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”
สถานที่จับกุม สภ.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
สืบเนื่องจากผู้ตายได้หายตัวไปจากบ้านพร้อมรถจักรยานยนต์ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.69 ต่อมา
มีผู้พบรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งในบ่อน้ำสาธารณะ หมู่ 8 ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี และในวันถัดไป
นายมณเฑียรฯ (บิดาของผู้ต้องหา) ได้เข้ามอบตัว โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและนำศพรวมถึงรถจักรยานยนต์ไปทิ้งเพื่ออำพรางคดีเพียงลำพัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ค้นพบศพของผู้ตายถูกทิ้งอำพรางอยู่ในบ่อน้ำอีกแห่งบริเวณ หมู่ 1 ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี จึงได้มีการดำเนินคดีกับนายมณเฑียรฯ
ตามกฎหมาย
ต่อมาญาติของผู้เสียชีวิต มีความเคลือบแคลงสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นร่วมก่อเหตุด้วย จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ช่วยสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงร่วมกับทีมสืบสวน สภ.ดอนเจดีย์ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริง
จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าในคืนเกิดเหตุนายธนภัทรฯ ผู้ต้องหาอยู่ในที่เกิดเหตุ และมีพฤติการณ์ร่วมกับนายมณเฑียรฯ บิดาของตนสังหาร
ผู้ตายและช่วยกันนำศพและรถจักรยานยนต์ขึ้นท้ายรถยนต์กระบะเพื่อนำไปทิ้งลงบ่อน้ำเพื่ออำพรางคดี ก่อนที่จะให้นายมณเฑียรฯ รับผิดเพียงผู้เดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุมตัว นายธนภัทรฯ ได้ จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนเจดีย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นสืบสวน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยได้ให้
ความสมัครใจยินยอมนำชี้สถานที่เกิดเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และได้นำชี้ตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองสั้น
ไทยประดิษฐ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งซุกซ่อนอยู่บริเวณ กอไผ่หลังบ้านเลขที่ 58 หมู่ 8 ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์
จ.สุพรรณบุรี
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย
1.มีสติระงับอารมณ์โกรธ การใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาหรือปล่อยให้โทสะครอบงำเพียงอารมณ์ชั่ววูบ อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่ไม่อาจแก้ไขได้ ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีบทลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ซึ่งไม่เพียงพรากชีวิตผู้อื่น แต่ยังเป็นการทำลายอนาคตของท่านเอง
2.สมรู้ร่วมคิด ต้องรับโทษร่วมกัน การให้ความช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แม้ท่านจะอ้างว่าทำไปเพราะความรักหรือความผูกพันในครอบครัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ท่านก็ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างให้หลุดพ้นจากความผิดได้ กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น หากท่านร่วมกระทำผิด ท่านจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”











