“สืบ.8“ รวบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่คาบ้านเช่า ย่านบางบ่อ ยึดไอซ์-ยาเค รวมกว่า 60 กก.
วันที่ 14 มึค. ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า , พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบช.น.
อำนวยการโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8, พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8
กก.สส.บก.น.8 นำโดย พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส , พ.ต.ท.รุจิภาส ถิระอมรบุญ ,พ.ต.ท.วันชัย ศรีชัยปลูก รอง ผกก.สส.บก.น.8 ,พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ แก้วอยู่ ,พ.ต.ต.ทรงผล นาคชำนาญ สว.กก.สส.บก.น.8 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 จับกุมผู้ต้องหา คือ นายจีรพงษ์ หรือนิว (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี
นายจตุพร หรืออาร์ม (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี
พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาไอซ์ จำนวน 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม
2. คีตามีน จำนวน 30 ถุง น้ำหนัก ประมาณ 30 กิโลกรัม
3. รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว จำนวน 1 คัน
4. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์-เทา จำนวน 1 คัน
5. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
จับกุมได้ที่ บริเวณกลางซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ33 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องบ้านเช่าหมู่บ้านทวีทอง3 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
พฤติการณ์กล่าวคือ
ก่อนการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่ามีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในบ้านเช่า ภายในหมู่บ้านทวีทอง3 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายจีรพงษ์ หรือนิว และนายจตุพร หรืออาร์ม เป็นผู้ดูแลบ้านเช่าหลังดังกล่าว โดยทั้ง 2 คน จะใช้รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว รับและจัดส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า จึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา
ต่อมา วันที่ 12 มีนาคม 2569 ช่วงเวลาดึก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายจีรพงษ์ฯ พร้อมพวก กำลังเดินทางไปรับยาเสพติด
จากนั้นเวลาประมาณ 04.00น. ได้พบนายจีรพงษ์ฯ และนายจตุพรหรืออาร์ม ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว เข้ามาที่บ้านเช่า ภายในหมู่บ้านทวีทอง3 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และได้ถอยรถเข้าบ้าน จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ยกสิ่งของบางอย่างซึ่งมีลักษณะเชื่อว่าอาจจะเป็นยาเสพติด ออกจากภายในรถยนต์แล้วนำเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้านเช่าหลังดังกล่าว จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเรียกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมมาเพื่อวางแผนการตรวจค้นและจับกุม
ต่อมา เวลาประมาณ 05.00 น. ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ออกจากบ้านเช่าที่เกิดเหตุ มุ่งหน้าไปยังบ้านพักของนายจีรพงษ์ฯ ภายในซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ33 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้สะกดรอยตามจนถึงบริเวณกลางซอยดังกล่าว ก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้น พบยาไอซ์ , ยาเคจำนวนหนึ่ง และกุญแจรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส จำนวน 1 ดอก พร้อมกุญแจบ้านเช่า 1 พวง ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์
จากการสอบถามนายจีรพงษ์ฯและนายจตุพรฯ ว่าบ้านเช่า ภายในหมู่บ้านทวีทอง3 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ มีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่หรือไม่ นายจีรพงษ์ฯและนายจตุพรฯ ยอมรับว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ 1.ยาไอซ์ จำนวน 30 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม 2.ยาเค (คีตามีน) จำนวน 30 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม 3.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์-เทา จำนวน 1 คัน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวนายจีรพงษ์ฯและนายจตุพรฯ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางและแจ้งข้อกล่าวหาให้นายจีรพงษ์ฯและนายจตุพรฯ ผู้ต้องหา ทราบว่า “ร่วมกันจำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (ยาเคหรือคีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ” นายจีรพงษ์ฯและนายจตุพรฯ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมนายจีรพงษ์ฯและนายจตุพรฯ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางกลับไปยังกองกำกับการสืบสวนนครบาล8 เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและซักถามขยายผล จากการซักถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การว่าตนได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างทางแอปพลิเคชั่น Line ให้ไปรับและส่งยาเสพติด โดยได้ค่าจ้างครั้งละประมาณ 50,000 บาท ทำมาแล้ว 3 ครั้ง จนกระทั่งถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ในข้อหาสมคบฯ ฟอกเงิน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป











