กาญจนฯ กล้องวงจรปิด จับภาพ บุคลอันตราย ขับรถมอเตอร์ไซค์ ไล่ตามลวนลามทำอนาจาร ฯ เด็กอายุไม่เกิน10 ปี ในหมู่บ้านฯ ผู้ปกครอง โล่เข้าแจ้งความเพื่อเอาผิด
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.30 น นางสาวญาณี วัฒนา อายุ 52 ปี และ นางสาว จรรยา วัฒนา อายุ 31 ปี ได้พาเด็กหญิง เอ (นามสมมุติ) อายุ 9 ขวบ เข้าแจ้งความ กับร้อยเวร สภ. เมืองกาญจนบุรี แต่ร้อยเวรไม่อยู่ ให้นายตำรวจยศร้อยตรีนายนั้น (ฝึกงาน) ไม่ประสงค์จะให้ชื่อ มารับเรื่องแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน และบอกให้มาในวันรุ่งขึ้น เพื่อสอบสวนปากคำเพิ่มเติม กับ พ.ต.ท จิรัชย์ บัวล้อม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาณจนบุรี พร้อมด้วย สห วิชาชีพ เข้าร่วมสอบปากคำ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา10.00 น.
เบื้องต้น นส.ญาณี ฯ ยาย และ นส.จรรยา ฯ ป้า ของเด็กหญิงเอ ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อเวลา 17:44 นาที ตามเวลากล้องวงจรปิด เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ได้เดินออกจากบ้านเลขที่ 134 ม.10 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี (บ้านยาย) เพื่อมาหาป้า ที่อยู่ในหมู่บ้านผกาแก้วหมู่ 10 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งไม่ไกลจากกันนัก จากการสอบถาม น.ส จรรยา วัฒนา ผู้เป็นป้า ให้การว่า เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ได้เดินมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ปากทางหมู่บ้านผกาแก้ว ได้มีคนขับรถมอเตอร์ไซค์ สีส้ม ใส่กางเกง สีน้ำตาล สีเสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกกันน็อค ไม่ทราบยี่ห้อรถ และไม่เห็นป้ายทะเบียนรถ เป็นผู้ชายอายุประมาณ 30 – 40 ปี ได้ขับรถตาม เด็กหญิงเอ เข้าไปในหมู่บ้าน พอเด็กเห็นก็เลยตื่นกลัววิ่งเข้าหมู่บ้าน ผู้สงสัยคนดังกล่าวก็ขับรถตามมา พอถึงกลางซอยหน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านที่ไม่มีใครอยู่ ก็ได้ทำทีเข้าไปถามเด็กหญิงเอว่า อู่ซ่อมรถอยู่ตรงไหน และได้ลูบคำจับอวัยวะเพศ 2 ครั้ง แต่พอดีมีพลเมืองดี คนในหมู่บ้านมาเห็นเข้า จึงเรียกเด็กมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น บุคคลที่ต้องสงสัยดังกล่าวที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ก็ได้ขับรถออกจากหมู่บ้านไป และพลเมืองดีก็ได้พาเด็กไปส่งที่บ้านยาย เด็กหญิงเอ ก็ได้เอาเรื่องไปบอกให้ยายฟังว่าโดนเขาลูบคำของลับ ยายและป้าของเด็ก ก็เลยขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อไปหาดูกล้องวงจรปิด ก็ได้เห็นรูปพรรณสัณฐาน ของผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าก่อเหตุคนดังกล่าวและรถมอเตอร์ไซค์
นส.ญาณี ยายและป้าของเด็กจึงได้ พาตัวเด็กหญิงเอ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ดังกล่าวเบื้องต้น เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ และยังเป็นการเตือนภัยให้สังคมระวังเพราะเป็นอันตรายลูกหลานของคนในหมู่บ้าน และอาจเกิดเหตุเรื่องแบบนี้ กับลูกหลานใครก็ได้
อย่างไรก็ตาม ภาพกล้องวงจรปิด ได้บันทึกพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน ด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะได้ติดตามตัวบุคคลที่ต้องสงสัยดังกล่าว ในกล้องวงจรปิด มาสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก








