CIB รวบเครือข่าย “เพจปลอม “AURORA” หลอกลงทุนทิพย์ การันตีกำไรสูง หลอกเหยื่อสูญกว่า 1.4 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย , พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป.รรท.ผกก.3 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.สุรโชค
กังวานวาณิชย์, พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ ,พ.ต.ท.ภาวัต เล็กธำรงและ พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ สว.กก.3 บก.ปอศ. ด.ต.ธนบดินทร์ พรมรักษ์ , ด.ต.วราวุฒิ คงเพชร , ด.ต. วิทวัส เพ็งแก้ว และ จ.ส.ต.ปภาวิน เทพจันทร์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ
ได้จับกุมตัว นายศิวกรฯ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.8/2569 ลงวันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, เปิด หรือ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากช่วงปี 2566 มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์หลังถูกมิจฉาชีพหลอกให้ร่วมลงทุนผ่านเพจเฟซบุ๊กปลอมหลายเพจ อาทิ “ศูนย์บริการ AURORA”, “ซื้อ-ขายหุ้นระยะสั้น-ยาว” และ “B.Grimm Trading Corporation Limited” โดยกลุ่มคนร้ายได้แอบอ้างชื่อและใช้โลโก้ของ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงปลอมแปลงเอกสารที่มีลายมือชื่อกรรมการบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ คนร้ายใช้อุบายชักชวนลงทุนเทรดหุ้นระยะสั้น เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท โดยการันตีผลตอบแทนสูงถึง 15-35% ภายในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์แอดไลน์เพื่อคุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริการออนไลน์ และถูกดึงเข้าเว็บไซต์ปลอม(ลิงก์ปลอม) เพื่อโอนเงินลงทุน ในช่วงแรกเหยื่ออาจเห็นตัวเลขกำไรในระบบ แต่เมื่อต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ และถูกบังคับให้โอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ จนสูญเสียเงินรวมกว่า 1.4 ล้านบาทจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเกือบ 3 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้เร่งรัดติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว สืบทราบว่านายศิวกรฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงวางกำลังเข้าตรวจสอบจนพบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา รับว่ามีนายหน้าจัดหาบัญชี เข้าไปติดต่อถึงในหมู่บ้านเพื่อกว้านซื้อบัญชีธนาคารแบบ “ยกครัว” อาศัยช่องว่างจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความเดือดร้อนเรื่องเงิน หลอกชาวบ้านหลายคนในหมู่บ้านว่าเป็นการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินช่วยเหลือ โดยมอบค่าตอบแทนเพียงบัญชีละ 500 บาท แต่กลับนำไปใช้เป็นทางผ่านเงินผิดกฎหมายจนถูกดำเนินคดี
เตือนภัย จากกลโกงลงทุนทองคำทิพย์ที่แอบอ้างแบรนด์ดัง โดยมีคาถาป้องกันตัวสำคัญคือ “เช็กเพจ-เลิกโลภ-งดโอนชื่อบุคคล” เพราะบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องจะไม่มีการให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวนายหรือนางสาวโดยเด็ดขาด
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”












