ปทุมธานี รวบทันควันลักบัสบาร์ทองแดงสายไฟฟ้า 5 ล้านบาท นายก.แดงรุดชี้หน้าดำเนินถึงที่สุด
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี
รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง
พ.ต.ต.พงษ์นพนนท์ รุ่งโรจน์ สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง และดร.วิระศักดิ์ ฮาดา นายก.อบต.คลองสาม และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าภูมิภาค ปทุมธานี ร่วมแถลงข่าวการจับคนร้ายก่อเหตุลักอุปกรณ์เชื่อมต่อสายไฟฟ้าลงดินคลองสาม(บัสบาร์ทองแดง)
จับกุมนายธานี ศรีแสงทรัพย์ อายุ 25-30 ปี จับกุมได้ที่บริเวณสะพานตรงข้ามซอย 6/3 หมู่ 6 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางจำนวนหลายรายการ สะพานไฟ 12 ชิ้น (บัสบาร์ทองแดง) ไฟฉาย 2 ชิ้น คีมตัดสายไฟ คัตเตอร์ ไขควง บล็อกถอนน็อตไร้สาย เครื่องชั่งน้ำหนัก เลื่อยตัดเหล็กและรถจักรยานยนต์ 1 คัน
พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี
รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายต้องสงสัยนั่งอยู่บริเวณสะพานตรงข้ามซอย 6/3 หมู่ 6 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบและจับกุมนายธานี ศรีแสงทรัพย์ ขณะนั่งอยู่คร่อมรถจักรยานยนต์
จากการตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เมื่อค้นรถจักรยานยนต์ พบของกลางหลายรายการสะพานไฟ 12 ชิ้น(บัสบาร์ทองแดง) ไฟฉาย 2 ชิ้น คีมตัดสายไฟ คัตเตอร์ ไขควง บล็อกถอนน็อตไร้สาย เครื่องชั่งน้ำหนัก เลื่อยตัดเหล็กพบอยู่ภายในถุงผ้าสีดำใต้รถจักรยานยนต์
สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ของกลางดังกล่าวได้ลักมาจากตู้ไฟริมถนนเลียบคลองสาม ตรงข้ามหมู่บ้านชลิดา หมู่ที่ 6 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ้างทำเป็นครั้งแรกเดิมตนเองมีอาชีพส่งแก๊สพื้นที่คลองสาม
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดหรือเพื่อหลบหนี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม กล่าวว่า การจับกุมขบวนการขโมยสายไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงการนำสายไฟลงดินในพื้นที่คลองสามซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท โดยเฉพาะความเสียหายจากการขโมยครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 4–5 ล้านบาท ส่งผลให้งานที่ใกล้เสร็จและเตรียมส่งมอบภายในไม่กี่เดือนต้องหยุดชะงักและต้องกลับไปซ่อมแซมใหม่หลายจุด
ในด้านการดำเนินคดี อบต ได้ประสานงานร่วมกับตำรวจ สภ.คลองหลวง และชุดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางซึ่งเป็นสายไฟที่ถูกปลอกเปลือกแล้ว โดยนายก.ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครหรือมีความสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลใดก็ตามเพราะถือเป็นการทำลายทรัพย์สินราชการและงบประมาณของแผ่นดินและขยายผลไปยังร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ หากพบว่ารับซื้อสายไฟที่เป็นของทางราชการจะดำเนินการปิดร้านและเพิกถอนใบอนุญาตทันทีพร้อมกันนี้ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยสอดส่องดูแล หากพบเห็นการดึงสายไฟในเวลากลางคืนให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ อบต จะไม่ปฏิบัติงานในลักษณะดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืน
ดร.วิระศักดิ์ กล่าวยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังกับขบวนการขโมยสายไฟสร้างความเสียหายต่อโครงการและก่อให้เกิดความเสียหายหลายล้านบาท
พ.ต.ต.พงษ์นพนนท์ รุ่งโรจน์ สว.สส.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเข้มข้นมากขึ้นโดยมุ่งเน้นสามประเด็นสำคัญ คือ ประเด็นแรกเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง
สอบสวนเบื้องต้นพบว่าความเสียหายมีมูลค่าสูงกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรกซึ่งอาจบ่งชี้ว่ามีการก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งประเด็นที่สองคือการขยายผลเพื่อตรวจสอบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุเป็นขบวนการหรือมีเครือข่ายหรือผู้ร่วมก่อเหตุในพื้นที่อื่นหรือไม่รวมถึงตรวจสอบประวัติการก่อเหตุในพื้นที่อื่นเพิ่มเติม และประเด็นสุดท้ายคือการตัดวงจรการค้าของเถื่อนโดยจะสืบสวนหาร้านที่รับซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการลักขโมยซ้ำและจะดำเนินคดีกับผู้รับซื้อของโจรอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย
ทางด้านเจ้าหน้าที่การการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ได้นำตัวอย่างบัสบาร์ทองแดง (Busbar) เป็นแถบทองแดงขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าหลักภายในตู้ควบคุมอุปกรณ์ชนิดนี้มีความสำคัญต่อการรับและกระจายกระแสไฟฟ้าแรงสูง เพื่อส่งต่อไปยังบ้านเรือนประชาชน หากอุปกรณ์ส่วนนี้เกิดความเสียหายหรือสูญหาย จะส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบจ่ายไฟฟ้าโดยตรง
เบื้องต้นพบว่ามีการลักลอบขโมยบัสบาร์ทองแดงออกจากตู้ควบคุมไฟฟ้า จำนวน 12 ชิ้น มีมูลค่าประมาณกว่า 30,000 บาทต่อชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเฉพาะตัวอุปกรณ์รวมประมาณ 360,000 บาท ซึ่งพบการสูญหายบริเวณตู้ควบคุมไฟฟ้า(ตู้ยูนิต)หมายเลข 1 และ 2 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าในพื้นที่ อ.คลองหลวง อย่างมีนัยสำคัญหากไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว การไฟฟ้าอาจไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังทำให้การดำเนินโครงการในส่วนของเฟส 1 ต้องหยุดชะงัก และต้องเริ่มกระบวนการจัดหาอุปกรณ์ใหม่ อีกทั้งบัสบาร์ทองแดงบางรายการจำเป็นต้องสั่งผลิตหรือนำเข้าจากต่างประเทศไม่สามารถจัดซื้อได้จากร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปส่งผลให้ระยะเวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบยาวนานมากขึ้น เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า บัสบาร์ทองแดงถือเป็นอุปกรณ์สำคัญต่อระบบจ่ายไฟฟ้า การลักลอบนำไปขายเป็นเศษโลหะอาจได้เงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความเสียหายหลักแสนบาท และความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งมีโทษรุนแรงกว่าการลักทรัพย์ทั่วไป









