ตำรวจ ปพ.จับโจ๋ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ก่อเหตุอุกอาจทั้ง ยิง ฟัน แทง งานบุญกลายเป็นงานบาป
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.)
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,
พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.,
พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ., ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น,
ส.ต.ท.สกลเกียรติ มากคิด, ส.ต.ท.จตุรพล กำปั่น, ส.ต.ท.ชินาธิป โพธิสมบัติ, ส.ต.ท.เรวัต สุขสอาด, ส.ต.ต.พุทธลักษณ์ ชมภูวงษ์, ส.ต.ต.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ, ส.ต.ต.พิริยะ ณ ระนอง, ส.ต.ต.ฉัตรชัย หนองเทา, ส.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด, ส.ต.ต.นนทวัชน์ ศิริเทพ และ ส.ต.ต.เอกราช แอบมณี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นายทวีฯ อายุ 27 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.568/2568 ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพาอาวุธ (ขวาน,มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และร่วมกันพาอาวุธ (ปืน) ไปในเมืองหมู่บ้าน
ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ร่วมกันมีอาวุธ (ปืน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก
นายทะเบียนและร่วมกันยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้าน ซอย 4 ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ด้วยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ผู้เสียหายพร้อมภรรยาและบุตรจำนวน
2 คนและกลุ่มเพื่อนได้ไปงานบุญประจำปีที่บ้านคำบอน จังหวัดอุบลราชธานี ในงานมีหมอลำซิ่งมา
ทำการแสดง ผู้เสียหายกับเพื่อนๆ ยืนดูหมอลำฯ
จนถึงเวลาประมาณ 23.00 น. ผู้เสียหายกำลังจะกลับบ้านโดยได้เดินไปที่จอดรถยนต์ ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีหมอลำฯ ประมาณ 700 เมตร ขณะกำลังเดินได้มีกลุ่มวัยรุ่น (ผู้ต้องหา) จำนวนหลายคน ได้ใช้อาวุธ (ขวาน) ขนาด 3 นิ้วมือ ฟันจากด้านหลังถูกบริเวณท้ายทอยและใบหู ฟัน 2 – 3 ครั้งและยังมีผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดแทงมาอีกถูกบริเวณหัวไหล่ซ้าย 1 ครั้ง และถูกฟันที่แขนซ้ายยาวประมาณ 1 คืบอีก 1 ครั้ง
ทั้งยังมีตัวผู้ต้องหาได้เข้ามาร่วมทำร้ายร่างกายจำนวนอีกหลายครั้ง หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่น (ผู้ต้องหา) ที่รุมทำร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปและยังได้ใช้อาวุธปืนจากกระเป๋าสะพายออกมายิงผู้เสียหายก่อนหลบหนีไป ผู้เสียหายได้ถูกนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศรีเมืองใหม่ เมื่อแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้าน ผู้เสียหายจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมายต่อไป
พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบนายทวีฯ นั้นได้หลบหนีมาอยู่แถวย่านตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหา
ตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายทวีฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชามาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่า
เป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหาทราบ
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรศรีเมืองใหม่
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัย : การทะเลาะวิวาทหรือการ “ตีกัน” ในงานมหรสพ
(เช่น งานวัด งานกาชาด หรือคอนเสิร์ต) ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองกลุ่มที่เขม่นกัน แต่มันส่งผลกระทบเป็น
วงกว้างในฐานะ “ภัยสังคม”
1. ทำไมการตีกันในงานมหรสพถึงเป็นภัยร้ายแรง
อันตรายต่อผู้บริสุทธิ์ (โดนลูกหลง): งานมหรสพเป็นพื้นที่แออัด เมื่อมีการใช้อาวุธ ปืน หรือระเบิดปิงปอง คนที่ไม่เกี่ยวข้องมักจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพราะหนีไม่ทัน
การเหยียบกันตาย (Stampede): ความโกลาหลจากการวิ่งหนีเหตุการณ์รุนแรง อาจทำให้เกิดการเบียดเสียด ล้ม และเหยียบกันตาย ซึ่งอันตรายพอๆ กับอาวุธที่ใช้ทำร้ายกัน
ความเสียหายทางเศรษฐกิจ: ร้านค้าต้องปิดตัวลงเร็วขึ้น ผู้จัดงานขาดทุน และในอนาคตผู้จัดงานรายอื่นๆ อาจไม่กล้าจัดงานในพื้นที่นั้นอีก ทำให้เศรษฐกิจชุมชนซบเซา
ทำลายภาพลักษณ์และวัฒนธรรม: งานประเพณีที่ควรจะสวยงามกลับกลายเป็นสัญลักษณ์
ของความรุนแรง ทำให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวหวาดกลัวจนไม่กล้ามาร่วมงาน
2. วิธีรับมือและป้องกันสำหรับประชาชน
หากคุณอยู่ในงานและเริ่มเห็นสัญญาณความวุ่นวาย (เช่น วัยรุ่นรวมตัวกันมากผิดปกติ, เสียงตะโกนด่าทอ) ควรปฏิบัติดังนี้
เมื่อเกิดเหตุการณ์
สังเกตทางออก: เมื่อเข้างาน ให้มองหา “ทางออกฉุกเฉิน” หรือทางออกที่ไม่ใช่ทางหลักไว้เสมอ
หมอบลงและหาที่บัง: หากมีการยิงหรือระเบิด ให้หมอบลงกับพื้นให้ต่ำที่สุดหลังวัตถุที่แข็งแรง
หนีสวนทาง: พยายามวิ่งออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับจุดเกิดเหตุ แต่อย่าวิ่งไปตามฝูงชนที่กำลังแตกตื่นจนคุมสติไม่ได้ เพราะเสี่ยงต่อการถูกเหยียบ
อย่าหยุดดูหรือถ่ายคลิป: หลายคนเสียโอกาสในการเอาชีวิตรอดเพราะมัวแต่หยุดถ่ายวิดีโอ
การแจ้งเหตุ
โทร 191 หรือ 1599: แจ้งพิกัดที่ชัดเจนและจำนวนผู้บาดเจ็บ (ถ้ามี)
แจ้งเจ้าหน้าที่ในงาน: มองหาจุดกองอำนวยการ หรือเจ้าหน้าที่ อปพร./ตำรวจ ที่รักษาการณ์รอบงาน
3. บทลงโทษที่ “ผู้ก่อเหตุ” และทุกๆ คนควรต้องรู้
นอกจากโทษทำร้ายร่างกายแล้ว การตีกันในงานมหรสพมักจะมีโทษอื่นตามมาด้วย เช่น
ความผิดฐานมั่วสุม: ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อกระทำการให้เกิดความวุ่นวาย (จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท)
ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์: หากข้าวของในงานเสียหาย ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งซึ่งมักมีมูลค่าสูง
ความผิดฐานอื่นๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา: เช่น ทำร้ายร่างกาย หากร้ายแรงถึงขั้นสาหัส อัตราโทษจะสูงขึ้นด้วย หรือหากพฤติการณ์เล็งเห็นได้ว่าเป็นพยายามฆ่า ความรับผิดทางอาญาก็จะสูงขึ้นไปอีก หรือหากมีผู้อื่นถึงแก่ความตาย ความรับผิดทางอาญาสูงถึงขั้นประหารชีวิต ติดคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 – 20ปี กันเลยทีเดียว
ข้อแนะนำ: หากคุณเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว (ลูกหลง) คุณมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ทั้งจากผู้ก่อเหตุและในบางกรณีอาจรวมถึงผู้จัดงาน หากพิสูจน์ได้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยบกพร่อง
“เสียสละเวลาอ่านสักนิด จะได้ปลอดภัยทั้งชีวิต ของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก”











