เหยื่อเมาแล้วขับ จี้รัฐบาล
สนับสนุนประชาชนมีส่วนร่วม
รณรงค์และบังคับใช้กฎหมายลดอุบัติเหตุ
เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ณ ห้องเจ้าพระยาเทอเรซ โรงแรมริเวอร์ไซด์ เชิงสะพานกรุงธน ฝั่งบางพลัด กรุงเทพฯ มูลนิธิเมาไม่ขับได้จัดอบรมเครือข่ายรณรงค์การมีส่วนร่วมและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน
มูลนิธิเมาไม่ขับ โดยน.พ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ, นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้จัดให้มีการอบรมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับได้จัดอบรมผู้นำเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับเพื่อรณรงค์การมีส่วนร่วมและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน โดยนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับได้บรรยายพิเศษ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ทิศทางจะไปทางไหน, บรรยายพิเศษนโยบายพรรคประชาชนกับการลดความสูญเสียทางถนน โดยคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน, เสวนาความตายบนท้องถนนความรับผิดชอบของคนรุ่นใหม่ หรือมรดกบาปของคนรุ่นเก่า โดยนรากร มณีฉาย นักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นางสาววรินท์พร สุขลาภ นักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยมีสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ เป็นพิธีกรดำเนินการให้ความรู้, บรรยายพิเศษการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อก้าวสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของเหยื่อเมาแล้วขับโดยพลตรี
อดิศักดิ์ สุวรรณประกร เลขาธิการสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ, บรรยายพิเศษ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เดินหน้าหรือถอยหลังเข้าคลอง โดยอาจารย์วิชาญ อภิลักษณ์สันติ สื่อมวลชนอาวุโส ปิดท้ายบรรยายพิเศษนโยบายความปลอดภัยทางถนนพรรคกล้าธรรม โดยกฤดิท้ช แสงธนโยธิน กรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่ามูลนิธิเมาไม่ขับได้จัดให้มีการประชุมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจากทั่วประเทศโดยหัวข้อหลักในการประชุมคือการสนับสนุนให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนช่วยในการรณรงค์และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียทุกรูปแบบ เนื่องจากปัจจุบันประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนมีเครื่องมือสื่อสาร อาทิเช่นโทรศัพท์มือถือ กล้องหน้ารถ รวมไปถึงกล้อง CCTV ทั้งของภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ สิ่งสำคัญพฤติกรรมผู้กระทำความผิดจะต้องมีหน่วยงานจัดการและมีผู้นำเสนอให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการ แต่ถ้าผู้มีหน้าที่ยังไม่ดำเนินการมาตรการทางสังคมจะกดดันให้ผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการ และผู้ที่กระทำความผิดก็จะลอยนวลจากความผิดที่กระทำไม่ได้ เพราะภาพพฤติกรรมที่กระทำความผิดจะถูกเผยแพร่ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แม้จะรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายแต่ไม่พ้นมาตรการทางสังคมที่กดดันจนไม่มีที่ยืน
เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยอีกว่า เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะประเด็นการนำส่วนแบ่งค่าปรับผู้กระทำความผิดร้อยละ 50 มอบให้กับประชาชนผู้แจ้งพฤติกรรมผู้กระทำความผิด ซึ่งเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับเชื่อว่าจะเป็นเหตุจูงใจให้ประชาชนช่วยกันเป็นอาสาตาจราจร สอดส่องผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีพฤติกรรมขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้อื่นบนท้องถนนซึ่งจะทำให้ถนนในประเทศไทยปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ใช้รถใช้ถนนจะเกิดความระมัดระวัง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนน เนื่องจากมีหูตาประชาชนคอยเฝ้าจับตามองเมื่ออยู่บนท้องถนน
อย่างไรก็ตามในการประชุมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับรณรงค์การมีส่วนร่วมและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนในครั้งนี้ มูลนิธิเมาไม่ขับได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ อาทิเช่น บรรยายพิเศษนโยบายพรรคประชาชนกับการลดความสูญเสียทางถนน โดยคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม) โฆษกพรรคประชาชน, การสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อก้าวสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของเหยื่อเมาแล้วขับ โดยพลตรีอดิศักดิ์ สุวรรณประกร เลขาธิการสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ, พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เดินหน้าหรือถอยหลังเข้าคลอง
โดยอาจารย์วิชาญ อภิลักษณ์สันติ สื่อมวลชนอาวุโส และนโยบายความปลอดภัยทางถนนพรรคกล้าธรรม โดยคุณกฤดิท้ช แสงธนโยธิน กรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม











