“สว.สำรอง” ส่งตัวแทนมอบดอกไม้ รมว.ยธ.-ดีเอสไอ หนุนรับคดี “ฮั้ว สว.” เป็นคดีพิเศษ
วันนี้ (26 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล พร้อม ผู้แทน สว.สำรอง เดินทางมามอบดอกไม้ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ และ ผู้บริหารดีเอสไอ เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณ กรณีรับคดีเรื่องโพยฮั้ว สว. 2567 ไว้ดำเนินการพิจารณาเป็นคดีพิเศษ เพื่อการค้นหาความจริง เพื่อผดุงไว้ใน ความสุจริตและเที่ยงธรรม ตามข้อกล่าวหาการกระทำผิด ตาม พรป. เลือกสว. ปี 2561 มาตรา 77(1) , พรบ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 , ความผิดว่าด้วยการกระทำอังยี่ ตาม ป.อาญา มาตรา 209 และความผิดความมั่นคงแห่งรัฐที่มุ่งให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญตาม ป.อาญา มาตรา 116 (3)
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ผู้แทน สว. มาให้กำลังใจผู้บริหารดีเอสไอ และ รมว.ยุติธรรม ในการต่อสู้กับอำนาจที่ทำลายระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จนทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อประเทศในด้านต่างๆ ทำให้ความเชื่อมั่นของประเทศจากนานาชาติถูกลดทอนลง อีกทั้ง กระบวนการได้มาของสภานิติบัญญัติไม่มีความสุจริตโปร่งใส แต่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับเพิกเฉย ซึ่งตนมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการระดับสูง
นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า วานนี้ (25 ก.พ.) การเลื่อนพิจารณารับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ อาจจะมีเหตุผลในเรื่องข้อกฎหมาย แต่ทั้งนี้ก็มีความคาดหวังว่าในวันที่ 6 มี.ค. ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษอีกครั้ง ทางดีเอสไอจะรับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ที่อยากเห็นความยุติธรรม ตลอดจนพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวันเลือกตั้ง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรือพยานบุคคลที่เข้ามาเป็นพยานในคดีนี้มากมาย แต่หากไม่สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ทางเราก็มีแนวทางอยู่แล้ว
ขณะที่ตัวแทน ปชช. ก็ได้ มามอบดอกไม้ให้กำลังใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและผู้บริหารดีเอสไอด้วยเช่นกัน โดยบอกว่าจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เชื่อว่าผลสำรวจประชาชนกว่า 90% ก็เชื่อว่ามีการฮั้วเกิดขึ้น ตนที่เดินทางมาในนาม ประชาชนที่เฝ้าดูการทำงานของ กกต. วันนี้มาเพื่อขอให้ทางดีเอสไอช่วยทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ว่า สว.ที่ผ่านการเลือกตั้ง มาด้วยความสุจริตบริสุทธิ์ใจจริงหรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ที่คณะกรรมการคดีพิเศษเลื่อนการประชุมไปอีก 1 สัปดาห์เนื่องจากพบว่ายังมีข้อมูลที่มากมาย จึงขอให้กรรมการคดีพิเศษที่ได้รับฟังข้อเท็จจริงเมื่อวานแล้วแต่ยังมีข้อสงสัยเรื่องข้อกฎหมายและจะได้กลับไปทบทวนเพื่อจะมาประชุมกันใหม่ในวันที่ 6 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ส่วนอำนาจที่ใช้เรียก กกต. มานั้น ใช้วิธีการประสานงาน เพราะในบางประเด็นอาจจะเป็นเอกสารมาก็ได้แต่ไม่ได้มีความขัดแย้ง
พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องการเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. ส่วนที่เป็นคดีอาญาอื่น หากเป็นความผิดท้ายพระราชบัญญัติก็สามารถเป็นคดีพิเศษได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าในวันที่ 6 มี.ค. องค์ประชุมไม่ครบจะต้องเลื่อนการประชุมออกไปอีกหรือไม่ ขอย้ำว่ามีการนัดหมายล่วงหน้ากันมาแล้วว่าจะต้องมา
“ส่วนกรณีกลุ่ม สว. เตรียมจะอภิปรายทั่วไปต่อ รมว.ยธ. ก็พร้อมจะชี้แจงยืนยันว่าทำด้วยความยุติธรรมไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการสืบสวน ทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อมูลหลักฐานเรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่โกหกไม่ได้”
ส่วนทาง พ.ต.ต.ยุทธนา เผยหลักการว่า ดีเอสไอเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายซึ่งจะต้องเข้าลักษณะที่เป็นคดีพิเศษเมื่อมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ต้องมีการสืบสวน ซึ่งคดีนั้นจะเข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ตามหลักการกฎหมายถ้าเป็นความผิดตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ดีเอสไอจะรับไว้ แต่ถ้าเข้าข้อกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ข้อกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติอันนี้ต้องใช้มติ คกพ.ที่จะรับเป็นคดีพิเศษ เมื่อสืบสวนแล้วเห็นว่าเรื่องนี้ น่าจะเข้าเรื่องเป็นลักษณะคดีพิเศษก็จะต้องเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อให้มีมติ ซึ่งส่วนนี้เป็นกระบวนการปกติ ยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงกดดันดำเนินการตามหน้าที่เท่านั้น

